ธรรมสังคณี

บัดนี้ บัณฑิตพึงทราบคัมภีรภาพแม้ทั้ง ๔ อย่าง ในปิฎกทั้ง ๓ เห...

หมวด: อภิธรรมปิฎก ฝ่าย: ธรรมสังคณี ลำดับ: 42 อ้างอิง: Dhs 42 ประเภท: analysis


เนื้อหา

บัดนี้ บัณฑิตพึงทราบคัมภีรภาพแม้ทั้ง ๔ อย่าง ในปิฎกทั้ง ๓ เหล่านี้ และปิฎกทีเดียว เพราะในปิฎกเหล่านั้น ธรรมหรืออรรถใดๆ หรือเทศนาซึ่ง ส่องเนื้อความนั้น ๆ โดยประการที่ควรรู้เนื้อความซึ่งตรงต่อญาณของผู้ฟังโดย ประการนั้น ๆ ก็หรือว่า การแทงตลอด กล่าวคือการหยั่งลงสู่ธรรมอันไม่วิปริต ในปิฎกทั้ง ๓ เหล่านั้นอันใด หรือความที่ธรรมเหล่านั้น ๆ ซึ่งมีสภาพไม่วิปริต กล่าวคือกำหนดได้อันพึงแทงตลอด ธรรมทั้งหมดนั้น คนมีปัญญาน้อยไม่ สร้างกุศลสมภารไว้หยั่งลงได้โดยยาก ทั้งจะเป็นที่พึงก็ไม่ได้เปรียบเหมือน มหาสมุทร สัตว์เล็กมีกระต่ายเป็นต้น หยั่งให้ถึงได้ยาก ทั้งจะเป็นที่พึ่งไม่ ได้ฉะนั้น. ก็ด้วยคำมีประมาณเท่านี้ ย่อมเป็นอันข้าพเจ้ากล่าวถึงเนื้อความคาถา นี้ว่า บัณฑิตพึงแสดงประเภทเทศนา ศาสนะ กถา สิกขา ปหานะ และคัมภีรภาพ ในปิฎกทั้ง ๓ เหล่านี้ ตามสมควร ด้วย ประการฉะนี้. แต่ในคาถานี้ว่า ภิกษุย่อมบรรลุประเภทปริยัติ สมบัติ และแม้วิบัติอันใด ในปิฎกใด โดยประการ ใด พึงเจริญเนื้อความแม้นั้นทั้งหมด โดย ประการนั้น ดังนี้. บัณฑิตพึงเห็นความแตกต่างกันแห่งปริยัติ ๓ อย่างในพระไตรปิฎก ทั้ง ๓ ดังต่อไปนี้. จริงอยู่ ปริยัติมี ๓ ประเภท คือ ๑. อลคัททูปมปริยัติ (ปริยัติเปรียบด้วยอสรพิษร้าย) ๒. นิสสรณัตถปริยัติ (ปริยัติเพื่อประโยชน์แก่การสลัดออก) ๓. ภัณฑาคาริกปริยัติ (ปริยัติเปรียบด้วยขุนคลัง).


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ