เล่มที่ 65
ส่วนที่ 256
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 256 อ้างอิง: Book 65, Section 256 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า กุลํ ได้แก่ กุลอุปัฏฐากบ้าง สกุลญาติบ้าง ภิกษุไม่ต้อง การให้ภิกษุอื่นเข้าไปในสกุลนั้น เป็นกุลมัจฉริยะ แต่เมื่อไม่ต้องการ ให้บุคคลลามกเข้าไป ไม่ชื่อว่าเป็น มัจฉริยะ ด้วยว่าบุคคลลามกนั้นย่อม ปฏิบัติเพื่อทำลายความเลื่อมใสของอุปัฏฐากและญาติเหล่านั้นเสีย. แต่เมื่อ ไม่ต้องการให้ภิกษุผู้สามารถรักษาความเลื่อมใสไว้ได้ เข้าไปในสกุลนั้น ชื่อว่าเป็น มัจฉริยะ . บทว่า ลาโภ ได้แก่ ลาภคือปัจจัย นั้นเอง เมื่อภิกษุผู้มีศีลรูป อื่นได้ลาภอยู่ทีเดียว ภิกษุคิดว่า จงอย่าได้ ดังนี้ ย่อมเป็น ลาภมัจฉริยะ แก่ภิกษุใดทำสัทธาไทยให้ตกไป ให้พินาศด้วยไม่บริโภคและบริโภคไม่ดี เป็นต้น แม้ของบูดเน่าก็ไม่ให้แก่ผู้อื่น. เห็นภิกษุนั้นแล้วคิดว่า ถ้าภิกษุ นี้ไม่ได้ลาภนี้ ภิกษุผู้มีศีลรูปอื่นพึงได้ พึงบริโภค ดังนี้ ย่อมไม่เป็น มัจฉริยะ . วรรณะแห่งสรีระก็ดี วรรณะคือคุณความดีก็ดี ซึ่งว่า วรรณะ . ในวรรณะ ๒ อย่างนั้น ผู้ที่เมื่อเขากล่าวกันว่า ผู้อื่นมีรูปน่าเลื่อมใส ดังนี้ ไม่ประสงค์จะกล่าว ซึ่งว่าตระหนี่วรรณะแห่งสรีระ. ผู้ที่ไม่ประสงค์จะ กล่าวสรรเสริญ ผู้อื่นด้วยศีลธุดงค์ปฏิปทา อาจาระ ชื่อว่า วรรณะมัจฉริยะ . บทว่า ธมฺโม ได้แก่ ปริยัติธรรมและปฏิเวธธรรม บรรดาธรรม ๒ อย่างนั้น พระอริยสาวกทั้งหลายย่อมไม่ตระหนี่ปฏิเวธธรรม ย่อม ปรารถนาให้โลกพร้อมทั้งเทวโลกแทงตลอดธรรมที่คนแทงตลอดแล้ว ย่อม ปรารถนาว่า ขอคนอื่น ๆ จงรู้ปฏิเวธธรรมนั้นด้วย. ชื่อว่า ธรรมมัจ- ฉริยะ ในธรรมคือพระพุทธพจน์นั่นแลมีอยู่. บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม มัจฉริยะนั้น รู้คัณฐะหรือกถามรรคที่ลี้ลับอันใด ไม่ประสงค์จะให้คน อื่น ๆ รู้คัณฐะหรือกถามรรคอันนั้น แต่ผู้ใดไม่ให้โดยสอบสวนบุคคลแล้ว อนุเคราะห์ด้วยธรรม หรือโดยสอบสวนธรรมอนุเคราะห์บุคคล ผู้นี้ไม่ชื่อ ว่ามี ธรรมมัจฉริยะ .
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ