เล่มที่ 53
ส่วนที่ 354
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 354 อ้างอิง: Book 53, Section 354 ประเภท: section
เนื้อหา
เมื่อท่านพระสารีบุตรเถระ ผู้เพียบพร้อมไปด้วยอุฏ- ฐานะเป็นอันมาก มีศีลสังวรเป็นต้น นิพพานไปแล้ว ก็ เกิดเหตุน่าสะพึงกลัวขนพองสยองเกล้า สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ มีความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปเป็น ธรรมดา เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ความที่สังขารเหล่านั้น สงบระงับเป็นสุข ชนเหล่าใดพิจารณาเห็นเบญจขันธ์ โดยความเป็นของแปรปรวน และโดยไม่ใช่ตัวตน ชน เหล่านั้นชื่อว่า แทงตลอดธรรมอันละเอียด เหมือนนาย ขมังธนูยิงขนทรายจามรีถูกด้วยลูกศรฉะนั้น อนึ่ง ชนผู้ มีความเพียรเหล่าใด พิจารณาเห็นสังขารทั้งหลายโดย ความเป็นของแปรปรวนและโดยไม่ใช่ตัวตน ชนผู้มีความ เพียรเหล่านั้น ชื่อว่าแทงตลอดธรรมอันละเอียด เหมือน นายขมังธนูยิงขนทรายจามรีถูกด้วยลูกศรฉะนั้น. ภิกษุผู้มีสติ ควรรีบละเว้นความพอใจรักใคร่ในกามา- รมณ์เสีย เหมือนบุคคลรีบถอนหอกออกจากตน และ เหมือนบุคคลรีบดับไฟซึ่งไหม้อยู่บนศีรษะตนฉะนั้น ภิกษุ ผู้มีสติควรรีบละเว้นความกำหนัดในภพเสีย เหมือนบุคคล รีบถอนหอกออกจากกายตน และเหมือนบุคคลที่รีบดับ ไฟซึ่งไหม้อยู่บนศีรษะตนฉะนั้น เราเป็นผู้อันพระผู้มี- พระภาคเจ้า ซึ่งได้ทรงอบรมพระองค์มาแล้ว ผู้ทรงไว้ซึ่ง พระสรีระอันมีในที่สุดทรงตักเตือนแล้ว จึงทำปราสาท ของนางวิสาขามิคารมารดาให้หวั่นไหว ด้วยปลายนิ้วเท้า บุคคลปรารภความเพียรอันย่อหย่อนแล้วพึงบรรลุนิพพาน อันเป็นเหตุปลดเปลื้องกิเลสเครื่องร้อยรัดทั้งปวง ด้วย กำลังความเพียรอันน้อยก็หาไม่ แต่พึงบรรลุได้ด้วยความ เพียรชอบ ๔ ประการ ก็ภิกษุหนุ่มนี้ นับว่าเป็นบุรุษ ผู้สูงสุด ชนะมารพร้อมทั้งพาหนะแล้ว ทรงร่างกาย อันมีในที่สุด สายฟ้าทั้งหลายฟาดลงไปตามช่องภูเขา เวภารบรรพต และภูเขาบัณฑวบรรพต ส่วนอาตมาเป็น บุตรของพระพุทธเจ้า ผู้ไม่มีใครเปรียบ ผู้คงที่ ได้เข้า ไปสู่ช่องภูเขาเจริญฌานอยู่ อาตมาเป็นผู้สงบระงับ ยินดีแต่ในธรรมอันเป็นเครื่องเข้าไปสงบระงับ อยู่แต่ ในเสนาสนะอันสงัด เป็นมุนี เป็นทายาทของพระพุทธ- เจ้าผู้ประเสริฐ เป็นผู้อันท้าวมหาพรหมพร้อมทั้งเทวดา กราบไหว้ ดูก่อนพราหมณ์ ท่านจงไหว้พระกัสสปะผู้สงบ ระงับ ผู้ยินดีแต่ธรรมอันสงบ อยู่ในเสนาสนะอันสงัด เป็นมุนี เป็นทายาทแห่งพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด อนึ่ง ในหมู่มนุษย์ทั้งปวง ผู้ใดเป็นกษัตริย์ หรือเป็น พราหมณ์สืบวงศ์ตระกูลมาเป็นลำดับ ๆ ตั้ง ๑๐๐ ชาติ ถึงพร้อมด้วยไตรเพท. ถึงแม้จะเป็นผู้เล่าเรียนมนต์ เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งเวท ๓ การกราบไหว้ผู้นั้นแม้บ่อย ๆ ย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ ซึ่งจำแนกออก ๑๖ ครั้ง ของบุญที่ ไหว้พระกัสสปะนี้เพียงครั้งเดียวเลย ภิกษุใดเวลาเช้าเข้า วิโมกข์ ๘ โดยอนุโลมและปฏิโลม ออกจากสมาบัตินั้น แล้วเที่ยวไปบิณฑบาต ดูก่อนพราหมณ์ ท่านอย่ารุก รานภิกษุเช่นนั้นเลย อย่าได้ทำลายตนเสียเลย ท่านจง ยังใจให้เลื่อมใสในพระอรหันต์ผู้คงที่เถิด จงรีบประนม อัญชลีไหว้เถิด ศีรษะของท่านอย่าแตกไปเสียเลย พระ- โปฐิละไม่เห็นพระสัทธรรม เพราะเป็นผู้ถูกอวิชชาหุ้มห่อ ไว้แล้ว เดินไปสู่ทางผิดซึ่งเป็นทางคดไม่ควรเดิน พระ- โปฐิละหมกมุ่นอยู่ในสังขาร ติดอยู่ในลาภและสักการะ ดังตัวหนอนที่ติดอยู่ในคูถ จึงเป็นผู้ไม่มีแก่นสาร อนึ่ง เชิญท่านมาดูท่านพระสาบุตรผู้เพียบพร้อมไปด้วยคุณที่ น่าดูน่าชม ผู้พ้นแล้วจากกิเลสด้วยสมาธิและปัญญา มีจิตตั้งมั่นในภายใน เป็นผู้ปราศจากลูกศร สิ้น สังโยชน์ บรรลุวิชชา ๓ ละมัจจุราชเสียได้ เป็นพระ- ทักขิเณยยบุคคลผู้เป็นนาบุญอันยอดเยี่ยมของมนุษย์ทั้ง หลาย เทวดาเป็นอันมากที่มีฤทธิ์เดชเรืองยศศักดิ์นับ จำนวนหมื่น พร้อมด้วยพรหมชั้นพรหมปุโรหิต ได้ พากันมาประนมอัญชลีนมัสการพระโมคคัลลานเถระ โดยกล่าวว่า ข้าแต่ท่านผู้เป็นบุรุษผู้อาชาไนย ขอนอบ น้อมแด่ท่าน ข้าแต่ท่านผู้เป็นบุรุษอุดม ขอนอบน้อม แด่ท่าน ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ พระคุณเจ้ามีอาสวะทั้ง หลายสิ้นไป เป็นทักขิเถยยบุคคล พระโมคคัลลาน- เถระ เป็นผู้อันมนุษย์และเทวดาบูชาแล้ว เป็นผู้เกิด โดยอริยชาติ ครอบงำความตายได้แล้ว ไม่ติดอยู่ใน สังขาร เหมือนดอกบัวไม่ติดอยู่ในน้ำฉะนั้น พระ- โมคคัลลานเถระรู้แจ้งโลกได้ตั้งพันเพียงครู่เดียว เสมอ ด้วยท้าวมหาพรหม เป็นผู้ชำนาญในคุณคืออิทธิฤทธิ์ ในจุติและอุปบัติของสัตว์ ย่อมเห็นเทวดาทั้งหลายในกาล อันสมควร ภิกษุใดทรงคุณธรรมชั้นสูงด้วยปัญญา ศีล และอุปสมะ ภิกษุนั้นคือพระสารีบุตรเป็นผู้สูงสุดอย่าง ยิ่ง แต่เราเป็นผู้ฉลาดในวิธีแสดงฤทธิ์ต่าง ๆ เป็นผู้ถึง ความชำนาญในฤทธิ์ พึงเนรมิตอัตภาพชั่วขณะเดียวได้ ตั้งแสนโกฏิ เราชื่อว่าโมคคัลลานะโดยโคตร เป็นผู้ ชำนาญในสมาธิและวิชชา ถึงที่สุดแห่งบารมี เป็น ปราชญ์ในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้อันตัณหาไม่อาศัย มี อินทรีย์มั่นคง ได้ตัดเครื่องจองจำคือกิเลสทั้งสิ้นเสีย อย่างเด็ดขาด เหมือนกับกุญชรชาติตัดปลอกที่ทำด้วย เถาหัวด้วนให้ขาดกระเด็นไปฉะนั้น เราคุ้นเคยกับพระ- ศาสดา ฯ ล ฯ ถอนตัณหาเครื่องนำไปสู่ภพขึ้นได้แล้ว เรา บรรลุถึงประโยชน์ที่กุลบุตรออกบวชเป็นบรรพชิตต้องการ นั้นแล้ว บรรลุถึงความสิ้นสังโยชน์ทั้งปวงแล้ว มารผู้ มักประทุษร้าย เบียดเบียนพระสาวกนามว่าวิธูระ และ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนามว่ากกุสันธะ แล้วหมก ไหม้อยู่ในนรกใด นรกนั้นเป็นเช่นไร คือเป็นนรกที่มีขอ เหล็กตั้งร้อยและเป็นที่ทำให้เกิดทุกขเวทนาเฉพาะตนทุก แห่ง มารผู้มักประทุษร้าย เบียดเบียนพระสาวกนามว่า วิธูระ และพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่ากกุสันธะ หมกไหม้อยู่ในนรกใด นรกนั้นเป็นเช่นนี้ ภิกษุใดเป็น สาวกแห่งพระพุทธเจ้า รู้กรรมและผลกรรมโดยประจักษ์ ดูก่อนมารผู้มีธรรมดำ ท่านเบียดเบียนภิกษุนั้นเข้าก็จะ ต้องประสบทุกข์เป็นแน่แท้ วิมานทั้งหลายลอยอยู่ท่าม กลางมหาสมุทร ตั้งอยู่ตลอดกัป มีสีเหมือนแก้วไพฑูรย์ เป็นวิมานงดงามมีรัศมีพุ่งออกเหมือนเปลวไฟผุดผ่อง มี หมู่นางอัปสรผู้มีผิวพรรณแตกต่างกันเป็นอันมากฟ้อนรำ ภิกษุใดเป็นสาวกแห่งพระพุทธเจ้า รู้กรรมและผลกรรม โดยประจักษ์ ดูก่อนมารผู้มีธรรมดำ ท่านเบียดเบียน ภิกษุรูปนั้นเข้า ก็จะต้องประสบทุกข์เป็นแน่แท้ ภิกษุรูป ใดที่พระพุทธเจ้าทรงใช้ไปแล้ว ภิกษุสงฆ์เป็นอันมาก ก็เห็นอยู่ ได้ทำปราสาทของนางวิสาขามิคารมารดาให้ หวั่นไหวได้ด้วยปลายนิ้วเท้า ภิกษุใดเป็นสาวกแห่งพระ- พุทธเจ้า รู้กรรมและผลแห่งกรรมโดยประจักษ์ ดูก่อน มารผู้มีธรรมดำ ท่านเบียดเบียนภิกษุรูปนั้นเข้า ก็จะ ต้องประสบทุกข์เป็นแน่แท้ ภิกษุใดมีอิทธิพลอันกล้าแข็ง ทำเวชยันตปราสาทให้หวั่นไหวได้ด้วยปลายนิ้วเท้า และ ยังเทพเจ้าทั้งหลายให้สลดใจ ภิกษุใดเป็นสาวกแห่ง พระพุทธเจ้า รู้กรรมและผลกรรมโดยประจักษ์ ดูก่อน มารผู้มีธรรมดำ ท่านเบียดเบียนภิกษุรูปนั้นเข้า ก็ จะต้องประสบทุกข์เป็นแน่แท้ ภิกษุใดไต่ถามท้าวสักก- เทวราชที่เวชยันตปราสาทว่า มหาบพิตรทรงทราบวิมุตติ อันเป็นที่สิ้นตัณหาบ้างหรือ ขอถวายพระพร ท้าวสักก- เทวราชถูกถามปัญหาแล้ว ทรงพยากรณ์ตามแนวเทศนา ที่พระศาสดาทรงแสดงแล้วแก่ภิกษุนั้น ภิกษุใดเป็น สาวกแห่งพระพุทธเจ้า รู้กรรมและผลกรรมโดยประจักษ์ ดูก่อนมารผู้มีธรรมดำ ท่านเบียดเบียนภิกษุนั้นเข้า ก็จะ ต้องประสบทุกข์เป็นแน่แท้ ภิกษุใดสอบถามท้าวมหา- พรหมว่า ดูก่อนอาวุโส แม้วันนี้ท่านยังมีความเห็นผิด อยู่เหมือนเมื่อก่อนว่า สุธรรมสภานี้มีอยู่บนพรหมโลก เท่านั้น ที่ดาวดึงสพิภพไม่มีหรือ หรือว่าท่านยังมี ความเห็นผิดอยู่เหมือนก่อน คือท่านยังเห็นอยู่ว่าบน พรหมโลกมีแสงสว่างพวยพุ่งออกได้เองหรือ ครั้น ท้าวมหาพรหมถูกถามปัญหาแล้ว ได้พยากรณ์ตาม ความเป็นจริงแก่ภิกษุนั้นว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้นิรทุกข์ ข้าพเจ้าไม่ได้เห็นผิดเหมือนเมื่อก่อน คือไม่ได้เห็นว่า บนพรหมโลกมีรัศมีพวยพุ่งออกไปได้เอง ทุกวันนี้ ข้าพเจ้าละทิ้งคำพูดที่ว่ามานั้นเสียได้ กลับมีความเห็น ว่าไม่เที่ยง ภิกษุใดเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า รู้กรรม และผลกรรมโดยประจักษ์ ดูก่อนมารผู้มีธรรมดำ ท่าน เบียดเบียนภิกษุนั้นเข้า ก็จะต้องประสบทุกข์เป็นแน่แท้ ภิกษุใดแสดงยอดขุนเขาสิเนรุราช ชมพูทวีปและปุพพ- วิเทหทวีป ให้หมู่มนุษย์ชาวอมรโคยานทวีปและชาว อุตตรกุรุทวีปเห็นกันด้วยวิโมกข์ ภิกษุใดเป็นสาวกของ พระพุทธเจ้า รู้กรรมและผลกรรมโดยประจักษ์ ดูก่อน มารผู้มีธรรมดำ ท่านเบียดเบียนภิกษุรูปนั้นเข้า ก็จะ ต้องประสบทุกข์เป็นแน่แท้ ไฟไม่ได้ตั้งใจว่าเราจะไหม้ คนพาลเลย แต่คนพาลรีบเข้าไปหาไฟอันลุกโพลงให้ ไหม้ตนเองฉันใด ดูก่อนมาร ท่านประทุษร้ายพระ- ตถาคตนั้นแล้ว ก็จักเผาตนเอง เหมือนกับคนพาลถูก ไฟไหม้ฉันนั้น แน่ะมารผู้ชาติชั่ว ตัวท่านเป็นมาร คอยแต่ประทุษร้ายพระตถาคตพระองค์นั้น ก็ต้องพบ แต่สิ่งซึ่งไม่ใช่บุญ หรือท่านเข้าใจว่า บาปไม่ให้ผลแก่ เรา แน่ะมารผู้มุ่งแต่ความตาย เพราะท่านได้ทำบาป มาโดยส่วนเดียว จะต้องเข้าถึงทุกข์ตลอดกาลนาน ท่านจงอย่าคิดร้ายต่อพระพุทธเจ้า และภิกษุทั้งหลาย ผู้สาวกของพระพุทธเจ้าอีกต่อไปเลย พระมหาโมคคัล- ลานเถระได้คุกคามมารที่ป่าเถสกฬาวันดังนี้แล้ว ลำดับ นั้น มารนั้นเสียใจจึงได้หายไป ณ ที่นั้นเอง.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ