เล่มที่ 51
ส่วนที่ 213
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 213 อ้างอิง: Book 51, Section 213 ประเภท: section
เนื้อหา
เครื่องดุริยางค์หกหมื่น และกลองทั้งหลาย ที่ตกแต่ง ไว้อย่างเหมาะสม จักประโคม ห้อมล้อมผู้นี้อยู่ เป็นนิจ นี้เป็นผลของการถวายสังฆาราม. หญิงสาว แปดหมื่นหกพันนางแต่งตัวอย่างสวยสม นุ่งห่มพัส- ตราภรณ์ที่สวยงาม ประดับประดาด้วยแก้วมณี และ แก้วกุณฑล มีขนตางอน หน้าตายิ้มแย้ม มีตะโพก ผึ่งผาย เอวบางร่างน้อย ห้อมล้อมผู้นี้เป็นนิจ นี้เป็นผลของการถวายสังฆาราม. ผู้นี้จักรื่นเริงใจ อยู่ในเทวโลกเป็นเวลาสามหมื่นกัป จักเป็นท้าวสักกะ เสวยเทวราชสมบัติถึงพันครั้ง จักได้เสวยสมบัติทั้ง- หมด ที่ราชาแห่งทวยเทพจะพึงประสบ จักเป็นผู้มี โภคทรัพย์ไม่บกพร่อง เสวยเทวราชสมบัติ จักเป็น พระเจ้าจักรพรรดิ ในแว่นแคว้นตั้งพันครั้ง เสวย ราชสมบัติอันไพบูลย์ในแผ่นดิน นับครั้งไม่ถ้วน. ใน (อีก) แสนกัป จักมีพระศาสดาในโลก ผู้ทรงสมภพ ในราชตระกูลโอกกากราช พระนามว่า โคตมะ โดย พระโคตร. พระองค์จักทรงมีพุทธชิโนรส ผู้เป็นธรรม ทายาท ที่พระธรรมเนรมิตขึ้น เป็นพุทธสาวกโดย นามว่า อุบาลี. เธอจักบำเพ็ญบารมีในพระวินัย เป็น ผู้ฉลาดในฐานะ และอฐานะ ดำรงไว้ซึ่งพระศาสนา ของพระชินะ และเป็นผู้หาอาสวะมิได้. พระสมณ- โคดมผู้ล้ำเลิศในหมู่ศากยะ ทรงรู้ยิ่งซึ่งสิ่งทั้งหมดนี้ แล้ว จักประทับนั่งในท่ามกลางภิกษุสงฆ์ ทรงแต่ง ตั้งเธอไว้ในเอตทัคคะ. ข้าพระองค์ปรารถนาคำสั่งสอน ของพระองค์ โดยหมายเอาประโยชน์ใดที่นับไม่ถ้วน ประโยชน์นั้นคือธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งสังโยชน์ทั้งปวง ข้าพระองค์ได้บรรลุแล้ว. คนต้องราชทัณฑ์ถูกหลาว แทง เมื่อไม่ประสบความสบายเพราะหลาวก็ปรารถนา จะให้พ้นไปทีเดียว ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีระ ข้า- พระองค์ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ต้องอาชญาของภพ ถูก หลาวคือกรรมแทง ถูกเวทนาคือความหิวระหาย รบกวน ไม่ประสบความสำราญในภพ ข้าพระองค์ ถูกไฟ ๓ กองเผาลน จึงแสวงหาความรอดพ้น ดุจผู้ ต้องราชทัณฑ์ฉะนั้น ชายผู้กล้าหาญถูกยาเบื่อ เขาจะ เสาะแสวงหายาขนานศักดิ์สิทธิ์ ที่จะแก้ยาเบื่อรักษา ชีวิตไว้ เมื่อแสวงหาก็จะพบยาขนานศักดิ์สิทธิ์ที่แก้ ยาเบื่อได้ ครั้นดื่มยานั้นแล้วก็จะสบาย เพราะรอดพ้น ไปจากพิษยาเบื่อ ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีระ ข้าพระองค์ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เป็นเหมือนนรชนผู้ถูกยาเบื่อ ถูก อวิชชาบีบคั้นแล้ว ต้องแสวงหายาขนานศักดิ์สิทธิ์ คือพระสัทธรรม เมื่อแสวงหายาขนานศักดิ์สิทธิ์ คือ พระธรรม ก็ได้พบคำสั่งสอนของพระศากยมุนี คำ- สั่งสอนนั้นล้ำเลิศกว่าโอสถทุกอย่าง บรรเทาลูกศร ทั้งมวลได้ ครั้นดื่มธรรมโอสถที่ถอนพิษทุกอย่างได้ แล้ว ข้าพระองค์ก็สัมผัสพระนิพพาน ที่ไม่แก่ไม่ตาย มีภาวะเยือกเย็น คนที่ถูกผีสิงเดือดร้อนเพราะเคราะห์ คือผี ต้องเสาะแสวงหาหมอไล่ผี เพื่อให้รอดพ้นจากผี เมื่อแสวงหาก็พึงพบหมอผู้ฉลาดในทางภูตวิทยา หมอ นั้นต้องขับภูตผีพร้อมทั้งมูลเหตุให้เขา เพื่อให้พินาศ ไป ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีระ ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น เหมือนกัน เดือดร้อนเพราะเคราะห์คือความมืด เสาะ แสวงหาแสงสว่างคือญาณ เพื่อให้รอดพ้นจากความ มืด จึงได้พบพระศากยมุนี ผู้ทรงกำจัดความมืด คือ กิเลสออกไปได้ พระองค์ได้ทรงกำจัดความมืดให้ข้า พระองค์เหมือนหมอผี ขับผีฉะนั้น ข้าพระองค์ตัดทอน กระแสแห่งสงสารได้ขาด กั้นกระแสตัณหาไว้ได้ ถอนภพทั้งหมดขึ้นได้ เหมือนหมอผีขับผีออกไปโดย มูลเหตุฉะนั้น นกครุฑโฉบเอางูไปเป็นอาหารของตน ยังสระใหญ่ร้อยโยชน์ โดยรอบให้กระเพื่อม มันจับงู ได้แล้ว จะจิกให้ตายเอาหัวห้อยลงพาบินหนีไป ตาม ที่นกต้องการฉันใด ข้าแต่พระมหาวีระ ข้าพระองค์ ก็เช่นนั้นเหมือนกัน เป็นเหมือนนกครุฑที่มีกำลัง เมื่อ แสวงหาอสังขตธรรม ข้าพระองค์คายโทสะออกไป แล้ว ได้เห็นสันติบทที่เป็นธรรมอันประเสริฐ อย่าง ยอดเยี่ยม นำเอาพระธรรมนั้นไปพำนักอยู่ เหมือน นกครุฑนำเอางูไปพักอยู่ฉะนั้น เถาวัลลี ชื่อ อาสาวดี เกิดในสวนจิตรลดา เถาวัลลีนั้น หนึ่งพันปีจึงจะออก ผล ๑ ผล ทวยเทพจะพากันเฝ้าแหนผลของเถาอาสาวดี นั้น เมื่อมันมีผลระยะนานขนาดนั้น เถาวัลลีนั้นจึง เป็นที่รักของทวยเทพ เมื่อเป็นอย่างนี้ เถาอาสาวดี จึงเป็นเถาวัลลีชั้นยอด ข้าแต่พระมุนี ข้าพระองค์ หมายใจไว้แสนกัป ขอบำรุงพระองค์ นมัสกาลทั้งเช้า ทั้งเย็น เหมือนทวยเทพมุ่งหมายเถาอาสาวดีฉะนั้น การปรนนิบัติและการนมัสการของข้าพระองค์ ไม่ เป็นหมันไม่เป็นโมฆะ ข้าพระองค์ผู้สงบแล้ว แม้มา แต่ไกลก็ไม่แคล้วคลาดขณะไปได้ ข้าพระองค์ค้นหา อยู่ก็ไม่พบปฏิสนธิในภพ ข้าพระองค์ปราศจากอุปธิ หลุดพ้นแล้ว สงบระงับแล้ว ท่องเที่ยวไปอยู่ อุปมา เสมือนว่า ดอกปทุมบานเพราะแสงพระอาทิตย์ฉันใด ข้าแต่พระมหาวีระ ข้าพระองค์ก็เช่นนั้นเหมือนกัน เบิกบานแล้ว เพราะพุทธรัศมี ในกำเนิดนกกระยาง จะไม่มีตัวผู้ ทุกครั้งที่ฟ้าร้อง มันจะตั้งท้องทุกคราว ตั้งท้องอยู่นาน จนกว่าฟ้าจะไม่ร้อง จะพ้นจากภาระ (ตกฟอง) ต่อเมื่อฝนตกฉันใด ข้าพระองค์ก็ฉันนั้น เหมือนกัน ได้ตั้งครรภ์คือพระธรรม เพราะเสียงฟ้า คือพระธรรม ที่ร้องเพราะเมฆคือพระธรรมของพระ ปทุมุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้าพระองค์ทรงครรภ์คือ บุญอยู่ เป็นเวลาแสนกัป จะพ้นภาระ (คลอด) จนกว่า ฟ้าคือพระธรรมจะหยุดร้อง ข้าแต่พระศากยมุนี เมื่อใด พระองค์ (ผู้เสมือนฟ้า) ทรงร้องที่กรุงกบิลพัสดุ์ บุรีรมย์ เมื่อนั้น ข้าพระองค์จึงจะพ้นจากภาระ เพราะ ฟ้าคือพระธรรม (หยุดร้อง) ข้าพระองค์ได้คลอด พระธรรมทั้งหมด เหล่านี้ คือ สุญญตะ (วิโมกข์) ๑ อนิมิตตะ (วิโมกข์) ๑ และอปณิหิตะ (วิโมกข์) ๑ (โลกุตระ) ผล ๔ อย่าง ๑.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ