เล่มที่ 48
ส่วนที่ 105
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 105 อ้างอิง: Book 48, Section 105 ประเภท: section
เนื้อหา
พระเถระใคร่จะถามถึงบุญกรรมที่นางก่อสร้างไว้ในชาติก่อน จึง ได้ถามด้วยสองคาถาว่า ชาติก่อนแต่จะมาในที่นี้ ท่านได้สั่งสมสุจริต กรรมอะไรไว้ ท่านจึงมียศนับประมาณไม่ได้ เปี่ยม ไปด้วยความสุข เพราะบุญอะไร ตัวท่านจึงมีฤทธิ์ ซึ่ง ไม่มีฤทธิ์ไร ๆ ประเสริฐยิ่งกว่า และเหาะได้ (เช่นนี้) ทั้งวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ ดูก่อน เทวดา ท่านมีทวยเทพห้อมล้อมสักการะ ท่านจุติมา จากที่ไหนจึงถึงสุคตินี้ อนึ่ง ท่านได้ทำตามโอวาทา- นุสาสนีของศาสดาองค์ไร หากท่านเป็นสาวิกาของ พระพุทธเจ้าไซร้ ขอท่านได้โปรดบอกอาตมาด้วย. สิริมาเทพธิดา เมื่อจะตอบเนื้อความตามที่พระเถระถาม จึงกล่าว ตอบด้วยคาถาเหล่านี้ว่า ดีฉันเป็นปริจาริกานางบำเรอของพระเจ้าพิมพิ- สารผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ทรงมีสิริ ในมหานคร ซึ่ง สถาปนาไว้ในระหว่างภูผา ดิฉันมีความชำนาญด้วย ศิลปะการฟ้อนรำขับร้องอย่างเยี่ยม คนทั้งหลายใน กรุงราชคฤห์ เขารู้จักดิฉันในนามว่า " สิริมา " เจ้าข้า. พระพุทธเจ้าทรงเป็นนิสภะยอดผู้องอาจใน จำพวกฤษีผู้แสวงหาคุณอันประเสริฐ ผู้แนะนำสัตว์ โลกพิเศษ ได้ทรงแสดงทุกขสัจ สมุทัยสัจ ทุกข- นิโรธสัจความดับทุกข์ อันไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง และ มรรคสัจที่ไม่คดทางตรง เป็นทางเกษมแก่ดีฉัน ดีฉัน ครั้นฟังอมตบททางไม่ตาย ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง ซึ่ง เป็นคำสอนของพระตถาคตผู้ประเสริฐแล้ว จึงเป็น ผู้สำรวมอย่างเคร่งครัดในศีลทั้งหลาย ดำรงมั่นอยู่ ในธรรม ที่พระพุทธเจ้าผู้เลิศกว่านรชนทรงแสดงไว้ แล้ว ครั้นดีฉันรู้จักบทอันปราศจากกิเลสดุจธุลี ซึ่ง ปัจจัยปรุงแต่งมิได้ ที่พระตถาคตผู้ประเสริฐทรง แสดงไว้นั้น ดีฉันจึงได้สัมผัสสมาธิอันเกิดจากความ สงบในอัตภาพนั้นเอง อันนั้นเป็นความแน่นอนใน มรรคผลอันเยี่ยมสำหรับดีฉัน ครั้นได้อมตธรรมอัน ประเสริฐ อันทำให้แยกจากปุถุชนแล้ว จึงเชื่อมั่น โดยส่วนเดียว ในพระรัตนตรัย บรรลุคุณพิเศษเพราะ ตรัสรู้ หมดความสงสัย จึงเป็นผู้ที่ชนเป็นอันมาก บูชาแล้ว จึงเสวยความยินดีระเริงเล่นไม่น้อยเลย โดยประการดังกล่าวมานี้ ดีฉันจึงเป็นเทพธิดาผู้เห็น นิพพาน เป็นสาวิกาของพระตถาคตผู้ประเสริฐ เป็น ผู้ได้เห็นธรรมตามความเป็นจริง เป็นผู้ตั้งอยู่ในผล ขั้นแรก คือ เป็นโสดาบัน ทุคติเป็นอันไม่มีอีกละ ดีฉันนั้นมาเพื่อถวายบังคมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ ประเสริฐ และนมัสการภิกษุทั้งหลายที่น่าเลื่อมใส ผู้ยินดีในธรรมฝ่ายกุศล เละเพื่อจะนมัสการสมณะ สมาคมอันเกษม ดีฉันเป็นผู้มีความเคารพในพระ- ธรรมราชาผู้ทรงพระสิริ ครั้นได้เห็นพระสัมพุทธมุนี แล้ว ก็ปลื้มใจอิ่มเอิบ ดีฉันขอถวายบังคมพระ- ตถาคต ผู้เห็นสารถีฝึกคนดีที่ควรฝึก ทรงตัดตัณหา เสียได้ ทรงยินดีแล้วกุศลธรรม ผู้ทรงแนะนำ ประชุมชนให้พ้นทุกข์ ผู้ทรงอนุเคราะห์สัตวโลกด้วย ประโยชน์เกื้อกูลอย่างยิ่ง.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ