เล่มที่ 47

ส่วนที่ 607

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 607 อ้างอิง: Book 47, Section 607 ประเภท: section


เนื้อหา

บัณฑิตทั้งหลายกล่าวผู้ไม่แสดงตน ในภพ อันต่างด้วยนรกเป็นต้น ของภิกษุผู้ ประพฤติหลีกเร้น ผู้เสพที่นั่งอันสงัด ว่า เป็นการสมควร. มุนีไม่อาศัยแล้วในอายตนะทั้งปวง ย่อมไม่กระทำสัตว์หรือสังขารให้เป็นที่รัก ทั้งไม่กระทำสัตว์หรือสังขารให้เป็นที่เกลียด- ชัง ย่อมไม่ติดความร่ำไรและความตระหนี่ ในสัตว์หรือสังขารอันเป็นที่รักและเป็นที่ เกลียดชังนั้น. เปรียบเหมือนน้ำไม่ติดอยู่บนใบไม้ ฉะนั้น หยาดน้ำย่อมไม่ติดอยู่บนใบบัว น้ำ ย่อมไม่ติดอยู่ที่ใบปทุม ฉันใด มุนีย่อมไม่ ติดในรูปที่ได้เห็น เสี่ยงที่ได้ฟัง หรืออารมณ์ ที่ได้ทราบ ฉันนั้น. ผู้มีปัญญาย่อมไม่สำคัญด้วยรูปที่ได้ เห็น เสียงที่ได้ฟัง หรืออารมณ์ที่ได้ทราบ ย่อมไม่ปรารถนาความบริสุทธิ์ด้วย (มรรค อย่างอื่น) ทางอื่น ผู้มีปัญญานั้น ย่อมไม่ ขึ้นดี ย่อมไม่ยินร้าย ฉะนี้แล. ชราสูตร มีคำเริ่มต้นว่า อปฺปํ วต ชีวิตํ ชีวิตน้อยหนอ ดังนี้. พระสูตรนี้มีการเกิดขึ้นอย่างไร ? สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจำพรรษาอยู่ ณ กรุงสาวัตถี ทรง พิจารณาถึงจารีตของพระพุทธเจ้าทั้งหลายในการเสด็จจาริกไปยังชนบทมีอาทิ คือ ให้ถึงกามไม่มีโรค บัญญัติสิกขาบทที่ยังไม่ได้บัญญัติไว้ ทรมานเวไนย สัตว์ เล่าชาดกเป็นต้น อันเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องนั้น ๆ แล้วจึงเสด็จจาริก ไปยังชนบท. พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จจาริกไปโดยลำดับ ถึงเมืองสาเกต ในตอนเย็น เสด็จเข้าไปยังป่าไม้อัญชัน. ชาวเมืองสาเกตทราบข่าวแล้วคิดว่า บัดนี้ ยังไม่ถึงเวลาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นสว่างแล้วจึงถือดอกไม้และของ หอมเป็นต้น ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ากระทำการบูชากราบไหว้และชื่นชมเป็น ต้นได้ยืนแวดล้อมจนถึงเวลาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จเข้าไปยังบ้าน. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า.แวดล้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จเข้าไปบิณฑบาต.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ