เล่มที่ 47

ส่วนที่ 359

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 359 อ้างอิง: Book 47, Section 359 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า เตน โข ปน ได้แก่ โดยสมัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้ามีพระประสงค์จะทรงแนะนำพราหมณ์ นั้น จึงเสด็จไปประทับด้วยอิริยาบถนั่งทรงห่มคลุมพระเศียร ณ โคนต้นไม้ ที่ ฝั่งแม่น้ำนั้น. บทว่า สุนฺทริกภารทฺวาโช ได้แก่ พราหมณ์นั้นอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำนั้น และบูชาไฟอยู่. อนึ่ง ภารทวาชะเป็นชื่อโคตรของพราหมณ์. เพราะฉะนั้น ท่าน จึงกล่าวอย่างนั้น. บทว่า อคฺคึ ชูหติ ได้แก่ ให้ไฟโพลงด้วยการใส่เครื่อง บูชา. บทว่า อคฺคิหุตํ ปริจรติ บำเรอการบูชาไฟ คือ เข้าไปยังที่ก่อไฟ ด้วยการกวาด ลูบไล้ และพลีกรรมเป็นต้น . บทว่า โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺย ใครหนอควรบริโภคข้าวปายาสที่เหลือนี้ ความว่า นัยว่าพราหมณ์ นั้นบูชาไฟเห็นข้าวปายาสที่เหลือ จึงคิดว่ามหาพรหมบริโภคข้าวปายาสที่ใส่ลง ไปในไฟ แต่ข้าวปายาสนี้ยังมีเหลืออยู่ ผิว่าเราพึงให้ข้าวปายาสนั้นแก่พราหมณ์ ผู้เกิดจากปากของพรหม แม้บุตรพร้อมด้วยบิดาของเราก็จะพึงอิ่มหนำ, ทางไป สู่พรหมโลก พึงเป็นทางที่เราชำระไว้ดีแล้ว เอาเถิดเราจะแสวงหาพราหมณ์. ลำดับนั้น ภารทวาชพราหมณ์ลุกจากที่นั่งเพื่อหาพราหมณ์ เหลียวดูทิศทั้งสี่ด้วย คิดว่า ใครหนอ ควรบริโภคข้าวปายาสที่เหลือนี้. บทว่า อญฺตรสฺมึ รุกฺข- มูเล ได้แก่ ที่โคนไม้ต้นอันประเสริฐ ณ ไพรสณฑ์นั้น. บทว่า สสีสํ ปารุตํ คือ คลุมกายตลอดศีรษะ. ก็เพราะเหตุไรพระผู้มีพระภาคเจ้าจงได้ทรงทำอย่างนั้น. เหตุมีอยู่ว่า แม้ผู้มีกำลังเทียบพระนารายน์ก็ไม่สามารถจะห้ามหิมะตก หรือ ความหนาวและสมได้ จริงอยู่ พระพุทธเจ้าทั้งหลายย่อมไม่ทรงประคับประคอง พระวรกายด้วยประการทั้งปวงก็จริง ถึงดังนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงดำริว่า เมื่อพราหมณ์มาหาจักเปิดศีรษะ ครั้นพราหมณ์เห็นเราก็จักสนทนากันเมื่อเป็น ดังนั้น เราจักแสดงธรรมโดยให้พราหมณ์คล้อยไปตามคำของเรา เพราะฉะนั้น พระองค์จึงได้ทรงกระทำอย่างนั้นเพื่อสนทนากัน. บทว่า ทิสฺวาน วาเมน ฯเปฯ เตนุปสงฺกมิ พราหมณ์เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งทรงคลุม พระกายตลอดพระเศียรอยู่ที่โคนต้นไม้แห่งหนึ่ง จึงถือเอาข้าวปายาสที่เหลือ ด้วยมือซ้าย ถือน้ำเต้าด้วยมือขวา เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ความว่า นัยว่าพราหมณ์นั้นเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วคิดว่า ท่านผู้นี้คลุม ตลอดศีรษะประกอบความเพียรตลอดคืน เราจักให้ทักษิโณทกแล้วให้ข้าว ปายาสที่เหลือนี้ สำคัญว่าเป็นพราหมณ์จึงเข้าไปหา. บทว่า มุณฺโฑ อยํ ภวํ มุณฺฑโก อยํ ภวํ ท่านผู้นี้เป็นคนโล้น ๆ ความว่า พอพระผู้มีพระภาคเจ้า เปิดพระเศียร พราหมณ์เห็นพระเกสาจึงกล่าวว่า มุณฺโฑ คนโล้น. พราหมณ์ มองดูอย่างถี่ถ้วนไม่เห็นปลายพระเกศา แม้แต่น้อยจึงเหยียดหยามกล่าวว่า มุณฺฑโก คนโล้นเลี่ยนดังนี้. ด้วยว่า พราหมณ์เหล่านั้นมีทิฏฐิเห็นปานนี้. บทว่า ตโต จ ได้แก่จากที่ที่ ยืนอยู่แล้วได้เห็น. บทว่า มุณฺฑาปิ โหนฺติ ได้แก่ แม้พราหมณ์บางพวกก็เป็นคนโล้นด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ