เล่มที่ 47

ส่วนที่ 358

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 358 อ้างอิง: Book 47, Section 358 ประเภท: section


เนื้อหา

ในบทเหล่านั้น บทว่า เอวมฺเม สุตํ เป็นต้น เป็นคำของพระสังคีติ- กาจารย์. บทว่า กึชจฺโจ ภวํ ท่านมีชาติอย่างไร ดังนี้ เป็นคำของพราหมณ์ นั้น. คำมีอาทิว่า น พฺราหฺมโณ โนมฺหิ น ราชปุตฺโต น เวสฺสายโน อุท โกจิ โนมฺหิ โคตฺตํ ปริญฺาย ปุถุชฺชนานํ อกิญฺจโน มนฺตจรามิ โลเก. เราไม่ไช่พราหมณ์ ไม่ใช่ราชโอรส ไม่ใช่แพศย์หรือใคร ๆ เรากำหนดรู้โคตร ของปุถุชนแล้ว ไม่มีความกังวลเที่ยวไปด้วย ปัญญาในโลก ดังนี้. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้า. ประมวลเรื่องทั้งหมดนั้น เรียกว่า ปูรฬาสสูคร. พึงทราบบทเช่นเดียวกัน กับที่กล่าวในสูตรนั้นตามนัย ที่กล่าวแล้วนั่นแล. เราจักพรรณนาบทที่ยังไม่กล่าวไว้. และจะไม่แตะต้อง บทที่มีความง่ายเลย. บทว่า โกสเลสุ ได้แก่ พระราชกุมารชาวชนบทชื่อว่า โกสล. ชนบทหนึ่งเป็นที่ประทับ ของพระราชกุมารเหล่านั้น ท่านเรียกว่าโกสล ด้วยรุฬหีศัพท์. ในแคว้นโกศลชนบทนั้น. แต่อาจารย์บางพวกพรรณนา ไว้ว่า ครั้งก่อน พระราชาทรงสดับว่า มหาปนาทราชกุมารทอดพระเนตร การฟ้อนรำแล้วไม่ทรงแสดงอาการแม้เพียงทรงพระสรวล จึงรับสั่งว่า ผู้ใด ทำโอรสของเราให้หัวเราะได้ เราจะให้เครื่องสรรพาภรณ์กะผู้นั้น. แต่นั้น หมู่มหาชนทิ้งไถประชุมกัน พวกมนุษย์แม้แสดงการเล่นต่าง ๆ เกิน ๗ ปี ก็ไม่สามารถให้พระราชกุมารนั้นทรงพระสรวลได้ ลำดับนั้น ท้าวสักกะทรงส่ง นักฟ้อนที่เป็นเทพดาไป. นักฟ้อนที่เป็นเทพดาแสดงการฟ้อนที่เป็นทิพย์แล้ว ทำให้พระราชกุมารทรงพระสรวลได้. พวกมนุษย์เหล่านั้นจึงพากันกลับที่อยู่ ของตน ๆ. พวกมนุษย์เห็นมิตรและสหายเป็นต้นสวนทางมาได้ทำปฏิสันถารว่า สบายดีอยู่ดอกหรือท่าน สบายดีอยู่ดอกหรือท่าน ดังนี้ . เพราะฉะนั้น ประเทศ นั้นจึงเรียกว่า โกสละ หมายถึงเสียงว่า กุสลํ กุสลํ นั้น. บทว่า สุนฺทริกาย นทิยา ตีเร คือ ที่ฝั่งแม่น้ำอันมีชื่อย่างนี้ว่า สุนทริกา.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ