เล่มที่ 47

ส่วนที่ 348

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 348 อ้างอิง: Book 47, Section 348 ประเภท: section


เนื้อหา

ในระหว่างพุทธกาล บุรุษผู้หนึ่งมาจากป่าพร้อมด้วยบุตร ๗ คน ได้ ยินเพลงขับของหญิงคนหนึ่งซ้อมข้าวอยู่ว่า ชราย ปริมทฺทิตํ เอตํ มิลาตจฺฉวิจมฺมนิสฺสิตํ มรเณน ภิชฺชติ เอตํ มจฺจุสฺส ฆสมามิสํ คตํ กิมีนํ อาลยํ เอตํ นานากุณเปน ปูริตํ อสุจิสฺส ภาชนํ เอตํ กทลิกฺขนฺธสมํ อิทํ. สรีระนี้ถูกชราย่ำยี ผิวหนังเหี่ยวแห้ง ย่อมแตกไปด้วยมรณะ ถึงความเป็นอาหาร และเหยื่อของมัจจุ. สรีระนี้เป็นที่อาศัยของเหล่าหนอน เต็มไปด้วยซากศพนานาชนิด สรีระนี้เป็น ภาชนะของอสุจิ สรีระนี้ เสมอด้วยต้น กล้วย ดังนี้. บุรุษนั้นได้บรรลุปัจเจกโพธิญาณ พร้อมกับบุตรทั้งหลาย. อนึ่ง ยังมีตัวอย่างผู้อื่นที่บรรลุอริยภูมิด้วยอุบายเช่นนี้อีก. นั้นยังไม่น่าอัศจรรย์นัก ภิกษุ ๕๐๐ รูปฟังคาถาที่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ฉลาดในอาสยานุสยญาณ (รู้ อัธยาศัยของสัตว์) ตรัสไว้โดยนัยเป็นต้นว่า สพฺเพ สงฺขารา อนิจฺจา สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยง ดังนี้ ได้บรรลุพระอรหัต. อนึ่ง เทวดา และมนุษย์เหล่าอื่นไม่น้อย ฟังกถาภาษิตประกอบด้วยขันธ์และอายตนะเป็นต้น ได้บรรลุพระอรหัต. วาจาประกอบด้วยองค์ ๔ เหล่านี้อย่างนี้ แม้หากว่าเป็นวาจาที่เนื่อง ด้วยภาษาของพวกมิลักขะ และเนื่องด้วยภาษาของหญิงรับใช้ และนักขับร้อง พึงทราบว่าเป็นวาจาสุภาษิตเหมือนกัน. เพราะเป็นวาจาสุภาษิตนั่นเอง จึงเป็น วาจาไม่มีโทษ และวิญญูชน คือ กุลบุตรผู้ต้องการประโยชน์ ยึดอรรถไม่ยึด พยัญชนะไม่พึงติเตียน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ