เล่มที่ 47

ส่วนที่ 347

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 347 อ้างอิง: Book 47, Section 347 ประเภท: section


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงองค์เหล่านั้นโดยประจักษ์ จึง ทรงสรุปคำนั้นด้วยบทมีอาทิว่า อิเมหิ โข ดังนี้. ส่วนโดยพิสดารในบทนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย วาจาประกอบด้วยองค์ ๔ เหล่านี้แล เป็นวาจาสุภาษิต ทรงปฏิเสธคำที่พวกอื่นบัญญัติว่า วาจาสุภาษิต ประกอบด้วยส่วนทั้งหลายมีปฏิญญาเป็นต้น ด้วยบทนามเป็นต้น และด้วยการ ประกอบลิงค์ วจนะ วิภัตติ์ กาล และการกเป็นต้น จากธรรม. วาจาประกอบด้วยการพูดส่อเสียดเป็นต้น แม้ถึงพร้อมด้วยส่วนเป็นต้น ก็เป็นวาจาทุพภาษิตอยู่นั่นเอง เพราะเป็นวาจาที่นำความฉิบหายมาให้แก่ตน และคนอื่น. วาจาประกอบด้วยองค์ ๔ เหล่านี้ แม้หากว่านับเนื่องด้วยภาษา ของชาวมิลักขะ (คนป่าเถื่อน) หรือนับเนื่องด้วยภาษาของหญิงรับใช้และนักขับ ร้องแม้ดังนั้นก็เป็นวาจาสุภาษิตได้เหมือนกัน เพราะนำโลกิยสุขและโลกุตรสุข มาให้. เมื่อหญิงรับใช้ผู้ดูแลข้าวกล้าที่ข้างทางในเกาะสีหลขับเพลงขับเกี่ยวด้วย ชาติ ชรา พยาธิ และมรณะด้วยภาษาสีหล ภิกษุผู้บำเพ็ญวิปัสสนาประมาณ ๖๐ รูป เดินไปตามทางได้ยินเข้าก็บรรลุพระอรหัต ณ ที่นั้นเอง นี่เป็นตัวอย่าง. อนึ่ง ภิกษุผู้เริ่มวิปัสสนาชื่อติสสะไปใกล้สระปทุม เมื่อหญิงรับใช้เด็ดดอก ปทุมในสระปทุมขับเพลงขับนี้ว่า ปาตผุลฺลํ โกกนทํ สูริยาโลเกน ตชฺชียเต เอวํ มนุสฺสตฺตคตา สตฺตา ชราภิเวเคน มิลายนฺติ ดอกบัวบานในเวลาเช้า ถูกแสง- อาทิตย์แผดเผาย่อมเหี่ยวแห้ง สัตว์ทั้งหลาย ผู้ถึงความเป็นมนุษย์ก็เหมือนอย่างนั้น ย่อม เหี่ยวแห้งไปด้วยอำนาจของเรา ดังนี้. ภิกษุนั้นก็บรรลุพระอรหัต.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ