เล่มที่ 45
ส่วนที่ 576
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 576 อ้างอิง: Book 45, Section 576 ประเภท: section
เนื้อหา
คาถาทั้งหลาย มีความหมายดังกล่าวแล้วในตอนต้นนั่นแล. อนึ่ง บทว่า ตณฺหาทุติโย ได้แก่ มีตัณหาเป็นสหาย. อธิบายว่า สัตว์นี้ เมื่อ ท่องเที่ยวอยู่ในสังสารวัฏ ซึ่งมีที่สุดเบื้องต้นอันใคร ๆ ตามรู้ไม่ได้ ก็มิได้ ท่องเที่ยวไปคนเดียว แต่ว่าได้ตัณหาเป็นที่สอง คือ เป็นเพื่อนท่องเที่ยวไป. จริงอย่างนั้น ตัณหานั้น ไม่ให้สัตว์ได้คิดถึงการตกไปในเหวนั้น ให้เห็นแต่ เฉพาะอานิสงส์ในภพทั้งหลาย แม้อากูลด้วยโทษเป็นอเนก เหมือนพรานตีผึ้ง ฉะนั้น จึงให้สัตว์หมุนอยู่ในข่ายที่ไร้ประโยชน์. บทว่า เอตมาทีนวํ ตฺวา ความว่า รู้โทษนั้น คือ ที่หมายรู้ว่าเป็นอย่างนี้ และเป็นอย่างอื่นในขันธ์ ทั้งหลายทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน. บทว่า ตณฺหา ทุกฺขสฺส สมฺภวํ ความว่า รู้ว่า ตัณหาเป็นบ่อเกิด คือ เป็นแดนเกิด ได้แก่ เป็นเหตุ แห่งภัยและวัฏทุกข์. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงการที่ภิกษุรูปหนึ่งเจริญวิปัสสนาแล้ว บรรลุอรหัตผลด้วยคำเพียงเท่านี้ บัดนี้ เมื่อจะทรงชมเชยภิกษุผู้ขีณาสพนั้น จึงตรัสคำว่า วีตตณฺโห เป็นต้น. ส่วนคำใดที่มิได้กล่าวไว้ในที่นี้ คำนั้นมีนัยดังกล่าวแล้วในตอนต้น นั่นแล. จบอรรถกถาตัณหาสูตรที่ ๖ ๗. พรหมสูตร ว่าด้วยตระกูลมีบุตรบูชามารดาบิดา ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตระกูลใด บุตรบูชามารดาและบิดา อยู่ในเรือนของตน ตระกูลนั้นชื่อว่ามีพรหม มีบุรพเทวดา มีบุรพาจารย์ มีอาหุไนยบุคคล ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คำว่าพรหม เป็นชื่อของมารดาและบิดา คำว่าบุรพเทวดา เป็นชื่อของมารดาและบิดา คำว่าบุรพาจารย์ เป็นชื่อของ มารดาและบิดา คำว่าอาหุไนยบุคคล เป็นชื่อของมารดาและบิดา ข้อนั้นเพราะ เหตุไร ? เพราะมารดาและบิดาเป็นผู้มีอุปการะมาก เป็นผู้ถนอมเลี้ยง เป็น ผู้แสดงโลกนี้แก่บุตร.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ