เล่มที่ 45
ส่วนที่ 164
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 164 อ้างอิง: Book 45, Section 164 ประเภท: section
เนื้อหา
พึงทราบความในคาถาทั้งหลายต่อไปนี้. ในบททั้งหลายมี จกฺขุํ เป็นต้น พึงทราบเนื้อความต่อไปนี้. ชื่อว่า จักษุ เพราะอรรถว่า เห็น. อธิบายว่า พอใจรูปหรือดุจบอกถึงความสมและไม่สม. ชื่อว่า โสต เพราะ อรรถว่า ย่อมฟัง. ชื่อ ฆานะ เพราะว่าอรรถ ดมกลิ่น. ความเป็นอยู่มีชีวิต เป็นนิมิต มีอาหารเป็นรส. ชื่อว่า ชิวหา เพราะอรรถว่า เรียกหาความ เป็นอยู่นั้น. ชื่อว่า กาย เพราะอรรถว่า เจริญด้วยความน่าเกลียด. ชื่อว่า มนะ เพราะอรรถว่า รู้คือรู้แจ้ง. โบราณาจารย์กล่าวว่าชื่อว่า มนะ เพราะ อรรถว่า ย่อมรู้. อธิบายว่า ย่อมรู้อารมณ์ดุจตวงด้วยทะนาน และดุจชั่งด้วย น้ำหนัก. พึงทราบเนื้อความแห่งบทในสูตรนี้ เพียงนี้ก่อน. ก็โดยความเป็นจริง จักษุมีสองอย่างคือ มังสจักษุ (ตาเนื้อ) ๑ ปัญญา จักษุ (ตาปัญญา) ๑. ในจักษุสองอย่างนั้น ปัญญาจักษุมี ๕ อย่างคือ พุทธ- จักษุ ๑ สมันตจักษุ ๑ ญาณจักษุ ๑ ทิพยจักษุ ๑ ธรรมจักษุ ๑. ในจักษุห้าอย่างนั้น ชื่อ พุทธจักษุในพุทธวจนะว่า ดูก่อนภิกษุทั้ง- หลาย เราตรวจดูสัตวโลกได้เห็นแล้วแล ดังนี้เป็นต้น. ชื่อว่า สมันตจักษุใน บทว่า สัพพัญญุตญาณท่านเรียกว่า สมันตจักษุ. ชื่อว่า ญาณจักษุในบทว่า จักษุเกิดขึ้นแล้ว ดังนี้เป็นต้น. ชื่อทิพยจักษุในพุทธวจนะว่า ดูก่อนภิกษุทั้ง หลาย เราได้เห็นแล้วด้วยทิพยจักษุ อันบริสุทธิ์ดังนี้เป็นต้น. ชื่อธรรมจักษุ ได้แก่ มรรค ๓ เบื้องต้นในบทว่า ธรรมจักษุปราศจากธุลี ปราศจากความ เศร้าหมอง ได้เกิดขึ้นแล้วดังนี้เป็นต้น . แม้มังสจักษุก็มีสองอย่าง คือ สสัมภาร- จักษุ ๑ ปสาทจักษุ ๑. ในมังสจักษุสองอย่างนั้น ก้อนเนื้อตั้งอยู่ในเบ้าตา กำหนดด้วยเบ้าตาทั้งสองข้าง คือ ด้วยกระดูกเบ้าตาชั้นล่าง ด้วยกระดูกคิ้วชั้น บน ด้วยสมองศีรษะภายใน ด้วยขนตาภายนอก โดยย่อมีสัมภาระ ๑๔ อย่าง คือ ธาตุ ๔ วัณณะ คันธะ รสะ โอชา สัมภว สัณฐาน ชีวิต ภาวะ กายปสาท จักขุปสาท โดยพิสดารมีสัมภาระ ๔๔ อย่าง ด้วยสามารถแห่งรูป ๔ เหล่านี้ คือรูป ๔๐ เพราะสัมภาระ ๑๐ เหล่านี้คือ ธาตุ ๔ วัณณะ คันธะ รส โอชา สัณฐาน สัมภวะ อันอาศัยธาตุ ๔ นั้นแต่ละอย่างมีธาตุ ๔ เป็นสมุฏฐาน สัมภาระ ๔ คือ ชีวิต ภาวะ กายปสาท จักขุปสาท มีกรรมเป็น สมุฏฐานโดยส่วนเดียวเท่านั้น เมื่อสัตวโลกรู้ว่า จักษุ ขาว กลม หนา สะอาด ไพบูล กว้างดังนี้ ชื่อว่า ย่อมไม่รู้จักษุ ย่อมรู้วัตถุ โดยความเป็น จักษุก้อนเนื้อตั้งอยู่ที่เบ้าตาเกี่ยวพันถึง สมอง ศีรษะด้วยด้ายคือเอ็นอันมีสีขาว บ้าง ดำบ้าง แดงบ้าง เป็นดิน น้ำ ไฟ ลมบ้าง ที่เป็นสีขาว เพราะมี เสหะมาก ที่มีสีดำเพราะดีกำเริบ ที่มีสีแดงเพราะเลือดคั่ง เป็นดังถนนเพราะ มากด้วยธาตุดิน ชื่อว่าย่อมไหลออกเพราะมากด้วยธาตุน้ำ ว่าย่อมแผดเผา เพราะมากด้วยธาตุไฟ ชื่อว่าย่อมหมุนไปมา เพราะมากด้วยธาตุลม นี้ชื่อว่า สสัมภารจักษุ. ประสาทอาศัยมหาภูตรูป ๔ ผูกพันในจักษุนี้ ชื่อ ปสาทจักษุ. จริงอยู่ ปสาทจักษุนี้ย่อมเป็นไปโดยความเป็นวัตถุทวาร ตามสมควรแก่จักษุ วิญญาณเป็นต้น .
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ