เล่มที่ 45
ส่วนที่ 163
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 163 อ้างอิง: Book 45, Section 163 ประเภท: section
เนื้อหา
ถามว่า ก็ภิกษุชื่อว่า เป็นผู้ไม่รู้จักประมาณในโภชนะเป็นอย่างไร หรือชื่อว่าเป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะเป็นอย่างไร. ตอบว่า ก็บุคคลใดเป็น ผู้มีความอยากมาก ไม่รู้จักประมาณในการรับ บุคคลผู้มีความอยากมากนั้นก็ เหมือนพ่อค้าเร่หิ้วเครื่องประดับ และสิ่งของไปแล้วเก็บสิ่งที่ควรเก็บไว้ในพก แล้วตะโกนบอกแก่มหาชนผู้เห็นอยู่ว่า พวกท่านจงเอาสิ่งโน้น จงเอาสิ่งโน้น ดังนี้ ฉันใด บุคคลยกย่องศีลก็ดี คัมภีร์ก็ดี คุณของธุดงค์ก็ดี ของตนแม้มีประมาณ น้อยโดยที่สุดแม้เพียงการอยู่ป่าแก่มหาชนผู้รู้อยู่ ก็และครั้นยกย่องแล้ว เมื่อเขา เอาเกวียนขนปัจจัยนำเข้าไป ก็ไม่พูดว่า พอละ ยังรับอีก ฉันนั้นเหมือนกัน. เพราะว่า บุคคลไม่อาจให้สิ่ง ๓ อย่างเต็มได้ คือ ไฟเต็มด้วยเชื้อ มหาสมุทร เต็มด้วยน้ำ คนมีความอยากมาก เต็มด้วยปัจจัย. กองไฟ มหาสมุทร และบุคคลผู้มี ความอยากมากทั้ง ๓ นี้ ไม่เต็มด้วยปัจจัย เป็นอันมาก. ด้วยว่าบุคคลผู้มีความอยากมาก ไม่สามารถยึดเหนี่ยวน้ำใจแม้ของ มารดาผู้บังเกิดเกล้าได้. เพราะบุคคลเห็นปานนี้ ย่อมยังลาภอันยังไม่เกิด ไม่ให้เกิดขึ้น และย่อมเสื่อมจากลาภอันเกิดขึ้นแล้ว ดังนี้. จะพูดถึงผู้ไม่รู้จัก ประมาณในการรับก่อน. ผู้ใดปรารถนา อยาก ต้องการ อาหารแม้ได้แล้ว โดยธรรมโดยเสมอ ไม่เป็นผู้เห็นโทษ ไม่มีปัญญาเป็นเครื่องออกไป บริโภค เต็มท้อง ตามความต้องการ โดยไม่แยบคาย โดยไม่ใช่อุบาย ดุจอาหาร- หัตถกพราหมณ์ อลังสาฏกพราหมณ์ ตัตถวัฏฏกพราหมณ์ กากมาสกพราหมณ์ และภุตตวัมมิกพราหมณ์คนใดคนหนึ่ง เป็นผู้มุ่งเอาแต่ความสุขในการนอน สุขในการพิง สุขในการหลับ นี้ชื่อว่าเป็นผู้ไม่รู้จักประมาณในการบริโภค. ก็ผู้ใดเป็นผู้รู้จักประมาณในโภชนะ ด้วยสามารถแห่งการรู้ประมาณในการรับ ที่ท่านกล่าวไว้อย่างนี้ว่า แม้หากว่าไทยธรรมมีมาก ผู้ให้ประสงค์จะให้น้อย ผู้รับย่อมรับน้อยตามความประสงค์ของผู้ให้ ไทยธรรมมีน้อยผู้ให้ประสงค์จะ ให้มาก ผู้รับย่อมรับแต่น้อย ด้วยอำนาจของไทยธรรม ไทยธรรมมีมาก แม้ผู้ให้ก็ประสงค์จะให้มาก ผู้รับรู้กำลังของตน ย่อมรับแต่พอประมาณเท่านั้น และการรู้ประมาณในการบริโภค อันได้แก่การพิจารณา ที่ท่านกล่าวโดย นัยมีอาทิว่า พิจารณาอาหารในอาหารโดยแยบคาย ไม่บริโภคเพื่อเล่น เพื่อ มัวเมา ดังนี้ และโดยนัยมีอาทิว่า ก็ครั้นได้แล้วไม่ปรารถนา ไม่อยาก ไม่ ต้องการบิณฑบาต เป็นผู้เห็นโทษ มีปัญญาเป็นเครื่องออกไป บริโภคแล้วรู้ ด้วยปัญญาเครื่องพิจารณา แล้วจึงบริโภคอาหารดังนี้ นี้ชื่อว่าเป็นผู้รู้ประมาณ ในโภชนะ. พึงทราบว่า ภิกษุเป็นผู้ไม่รู้ประมาณและเป็นผู้รู้ประมาณในโภชนะ อย่างนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ