เล่มที่ 44

ส่วนที่ 246

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 246 อ้างอิง: Book 44, Section 246 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า อญฺตรา เทวตา ได้แก่ พรหมเทวดาองค์หนึ่งผู้บรรลุมรรค. จริงอยู่ พรหมเทวดานั้น รู้ชัดถึงอารมณ์ของพระอเสขะ เพราะตนเอง เป็นพระอเสขะ. ก็พระเสขะทั้งหลาย ย่อมรู้อารมณ์ของพระเสขะนั้น ๆ ได้ ส่วนปุถุชนย่อมรู้เฉพาะอารมณ์ปุถุชนของตนเท่านั้น. บทว่า อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา ได้แก่ เมื่อราตรีผ่านไป, อธิบายว่า เมื่อมัชฌิมยามผ่านไป. บทว่า อภิกฺกนฺตวณฺณา แปลว่า มีวรรณะสูงสุดยิ่ง. บทว่า เกวลกปฺปํ ได้แก่ โดยรอบไม่มีส่วนเหลือ. บทว่า โอภาเสตฺวา ได้แก่ ทำพระเชตวันให้มี แสงสว่างเป็นอันเดียวกัน ด้วยรัศมีของตน เหมือนพระจันทร์และพระ- อาทิตย์. บทว่า เตนุปสงฺกมิ ความว่า พรหมเทวดานั้น ทราบว่า ท่าน พระนันทะบรรลุพระอรหัตแล้ว จึงเกิดปีติโสมนัสเข้าไปเฝ้า ด้วยหมายใจ ว่า จักกราบทูลความนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า. ในบทว่า อาสวานํ ขยา นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ ชื่อว่า อาสวะ เพราะอรรถว่า ไหลไป อธิบายว่า เป็นไปทางจักษุทวารเป็นต้น. อีกอย่าง หนึ่ง ชื่อว่า อาสวะ เพราะอรรถว่า ไหลไปจนถึงโคตรภู หรือจนถึง ภวัคคพรหม, อธิบายว่า กระทำธรรมเหล่านี้และโอกาสนี้ให้อยู่ภายใน ไหลไป. ชื่อว่า อาสวะ เพราะอรรถว่า เหมือนน้ำดองมีสุราเป็นต้น เพราะหมักไว้นาน. พึงทราบความที่อาสวะเหล่านั้นหมักอยู่นาน ด้วย พระดำรัสมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เงื่อนต้นของอวิชชาไม่ปรากฏ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อาสวะ เพราะอรรถว่า ถึง คือประสบสงสารทุกข์ อันยืดยาว. ก็ในข้อนี้ อรรถต้นย่อมควรในกิเลส อรรถหลัง ย่อมควร ทั้งในกรรม. ก็ไม่ใช่แต่กรรมกิเลสอย่างเดียวเท่านั้น ที่ชื่อว่า อาสวะ โดย ที่แท้ อุปัทวะมีประการต่าง ๆ ก็ชื่อว่า อาสวะ. จริงอย่างนั้น กิเลสอัน เป็นวิวาทมูลมาโดยชื่อว่า อาสวะ ในพระดำรัสนี้ว่า ดูก่อนจุนทะ เราหา ได้แสดงธรรม เพื่อสังวรอาสวะอันเป็นไปในปัจจุบันอย่างเดียวก็หาไม่. กรรมที่เป็นไปในภูมิ ๓ และอกุศลธรรมทั้งหมดมา โดยชื่อว่า อาสวะ ในคำเป็นคาถานี้ว่า ความบังเกิดเป็นเทวดา หรือคนธรรพ์ ผู้เที่ยว ไปในเวหา พึงมีแก่เราด้วยอาสวะใด เราพึงถึง ความเป็นยักษ์ และเกิดเป็นมนุษย์ด้วยอาสวะใด อาสวะเหล่านั้นของเราสิ้นไปแล้ว เรากำจัดเสียแล้ว กระทำให้ปราศจากเครื่องผูกพัน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ