เล่มที่ 39

ส่วนที่ 18

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 18 อ้างอิง: Book 39, Section 18 ประเภท: section


เนื้อหา

แต่ใน ๕ สิกขาบทต้น พึงทราบวินิจฉัย โดย ประกาศความแปลกกัน ของสิกขาบททั่วไปโดยความ เป็นอย่างเดียวกัน และความต่างกันเป็นอาทิ ตั้งต้นแต่ ปาณาติบาตเป็นต้นไป โดยอารมณ์ การสมาทานและ การขาด โดยความมีโทษมาก โดยประโยค องค์และ สมุฏฐาน โดยเวทนา มูลและกรรม โดยการงดเว้นและ โดยผล. ข้อยุติคือความถูกต้องจากการพรรณนา ๕ สิก- ขาบทต้น พึงนำมาใช้ใน ๕ สิกขาบทหลัง พึงกล่าว สิกขาบทเป็นข้อ ๆ พึงทราบว่า สิกขาบท มีอย่างเลว เป็นต้นไว้ด้วย. ในมาติกาหัวข้อนั้น ๑๐ สิกขาบทมีปาณาติปาตาเวรมณีเป็นต้น นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์เดียวตรัสไว้ มิใช่พระสาวก. จริงอยู่ พระผู้มีพระ- ภาคเจ้า เสด็จจากกรุงกบิลพัสดุ์ถึงกรุงสาวัตถี ทรงให้ท่านพระราหุลบรรพชา แล้ว ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกะ กรุงสาวัตถี ตรัสสิกขาบท ๑๐ นั้น เพื่อทรงกำหนดสิกขาบทสำหรับสามเณรทั้งหลาย สมจริงดังที่ท่าน กล่าวคำนี้ไว้ว่า ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับสำราญตามพระพุทธอัธยา ศัยอยู่ ณ กรุงกบิลพัสดุ์แล้ว เสด็จจาริกไปทางกรุงสาวัตถี เมื่อเสด็จ จาริกมาตามลำดับ ก็ถึงกรุงสาวัตถี. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของทานอนาถบิณฑิกะ กรุงสาวัตถี สมัยนั้น ฯลฯ สามเณรทั้งหลายเกิดความคิดว่า สิกขาบททั้งหลายสำหรับ พวกเรามีเท่าไรกันหนอ พวกเราจะพึงศึกษาในสิกขาบท จำนวนเท่าไร ภิกษุทั้งหลายจึงนำความกราบทูลแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าจึงตรัสว่า " ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราตถาคตอนุญาตสิกขาบท ๑๐ สิกขาบท สำหรับสามเณรทั้งหลาย เพื่อสามเณรทั้งหลายศึกษา ในสิกขาบท ๑๐ นั้นคือ ปาณาติปาตา เวรมณี ฯลฯ ชาตรูป- รชตปฏิคฺคหณา เวรมณี " ดังนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ