เล่มที่ 28

ส่วนที่ 119

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 119 อ้างอิง: Book 28, Section 119 ประเภท: section


เนื้อหา

เพราะเห็นแล้ว ชื่อว่าสักว่าเห็น. จิต ๓ ดวง คือ สัมปฏิจฉนะ สันตีรณะ และโวฏฐัพพนะ ที่เกิดขึ้นแล้วในเพราะการเห็นแล้วนั่นแหละ ก็ชื่อว่า ที่เห็นแล้วสักแต่ว่า เห็น. ในข้อนี้มีอธิบายดังนี้ว่า จักขุวิญญาณย่อมไม่กำหนัด ไม่ขัดเคือง ไม่หลง ซึ่งรูปนั้นฉันใด เมื่อรูปมาสู่คลอง ( จักขุทวาร ) ก็ฉันนั้น เรา จักให้ชวนจิตเกิดขึ้นโดยประมาณแห่งสัมปฏิจฉนจิตเป็นต้นนั้น นั่นเอง ปรากฏ ไม่ให้ก้าวล่วงประมาณนั้นของสัมปฏิจฉนจิตเป็นต้นนั้นไป. เรา จักไม่ให้ชวนะเกิดขึ้นด้วยอำนาจความกำหนัดเป็นต้น. แม้ในคำว่า ได้ยิน แล้ว (สุตํ) ทราบแล้ว (มุตํ) รู้สักว่ารู้ (วิญฺาเณ วิญฺาณมตฺตํ) ก็นัยเดียวกันนี้. อารมณ์ที่มโนทวาราวัชชนะรู้แล้ว ชื่อว่า เป็นอันรู้แล้ว (วิญฺาตํ) ในคำว่า วิญฺาเต วิญฺญาตมตฺตํ นี้ ชื่อว่า อาวัชชนะประมาณ เพราะรู้แล้วก็สักว่ารู้แล้ว ในข้อนี้มีอธิบายดังนี้ว่า เราจักไม่ให้จิตเกิดขึ้น ด้วยอำนาจความกำหนัดเป็นต้น แล้วตั้งจิตไว้โดยประมาณแห่งอาวัชชนะจิต เท่านั้น โดยประการที่ชวนะจักไม่กำหนัด ไม่ขัดเคือง ไม่หลง. บทว่า ยโต แปลว่าในกาลใด. บทว่า ตโต แปลว่าในกาลนั้น. บทว่า น เตน ความว่า จักเป็นผู้ไม่กำหนัดด้วยราคะไม่ขัดเคืองด้วยโทสะ ไม่หลงด้วยโมหะนั้น. บทว่า ตโต ตฺวํ มาลุกฺยปุตฺต น ตตฺถ ความว่า ในกาลใด ท่านจักเป็นผู้ไม่ชื่อว่ากำหนัดด้วยราคะ ไม่ขัดเคืองด้วยโทสะ ไม่หลงด้วยโมหะ ในกาลนั้น ท่านจักเป็นผู้ไม่ชื่อว่า พัวพัน ติดอยู่ ตั้งอยู่ ในรูปารมณ์ ที่จักขุวิญญาณเห็นแล้ว ในสัททารมณ์ ที่โสตวิญญาณ ได้ยินแล้ว ในคันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ ที่ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ และกายวิญญาณทราบแล้ว และธรรมารมณ์ ที่มโนวิญญาณ รู้แจ้งแล้ว. บทว่า เนวิธ เป็นต้น มีอรรถดังกล่าวแล้วนั่นแล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ