เล่มที่ 28
ส่วนที่ 118
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 118 อ้างอิง: Book 28, Section 118 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็เพราะเหตุที่พระเถระ ประสงค์จะเข้าป่าทำสมณธรรม แม้ใน เวลาที่ตนแก่ ฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อตรัสโดยพระประสงค์ดังนี้ว่า เราจักกล่าวกะภิกษุหนุ่ม ๆ ในที่นี้อย่างไร มาลุกยบุตรของเรานี้ แม้ใน เวลาแก่ก็ประสงค์จะเข้าป่าทำสมณธรรม จึงขอกรรมฐาน ธรรมดาว่า พวกท่านแม้ในเวลาเป็นหนุ่ม จะไม่กระทำความเพียรกันหรือ ชื่อว่า ทรงปลอบพระเถระ. บทว่า ยตฺร หิ นาม ได้แก่ โย นาม. บทว่า กิญฺจาปิหํ ความว่า พระเถระเมื่อจะหมุน ความเป็นคนแก่ และสรรเสริญพระโอวาท ด้วยมีประสงค์ว่า ทรงรู้ว่าเราเป็นคนแก่ก็จริง ถ้าเราเป็นคนแก่ ยังจัก สามารถกระทำสมณธรรมได้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า โปรดทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์เถิด จึงได้กล่าวอย่างนั้น. บทว่า อทิฏฺา อทิฏฺปุพฺพา ความว่า ไม่เห็นในอัตภาพนี้ แม้ในอัตภาพอันเป็นอดีตก็ไม่เคยเห็น. บทว่า น จ ปสฺสติ ความว่า แม้ในบัดนี้ ท่านก็ไม่เห็น. ด้วยบทว่า น จ เต โหนฺติ ปสฺเสยฺยํ ความว่า ทรงถามว่า แม้การรวบรวมใจอย่างนี้ไม่มีแก่ท่านในที่ใด ฉันทะ เป็นต้นพึงเกิดแก่ท่านในที่นั้นบ้างหรือ. บทว่า ทิฏฺเ ทิฏฺมตฺตํ ความว่า รูปายตนะ ที่จักขุวิญญาณ เห็นแล้ว ก็จักเป็นสักว่าเห็น. จริงอยู่จักขุวิญญาณ ย่อมเห็นสักว่ารูปในรู เท่านั้น ย่อมไม่เห็นสภาวะว่าเที่ยงเป็นต้น. อธิบายว่า รูปายตนะนี้ จักเป็นสักว่าอันเราเห็นแล้ว แม้ด้วยวิญญาณที่เหลือเท่านั้น. อีกนัยหนึ่ง จักขุวิญญาณ ชื่อว่า เห็นแล้วในรูปที่เห็นแล้ว. อธิบายว่า ย่อมรู้แจ้งใน รูปว่าเป็นรูป. บทว่า มตฺตา แปลว่า ประมาณ. ธรรมชาติ ชื่อว่า ทิฏฐมัตตะ เพราะสักว่าเห็น ได้แก่จิต อธิบายว่า จิตของเรา จักเป็นเพียง จักขุวิญญาณนั่นเอง. คำนี้ ท่านอธิบายไว้ว่า จักขุวิญญาณ ย่อมไม่กำหนัด ไม่ขัดเคือง ไม่หลงในรูปารมณ์ที่มาปรากฏ โดยประการใด ชวนจิต ก็จักเป็นเพียงจักขุวิญญาณเท่านั้น ในเพราะเว้นจากราคะเป็นต้น โดย ประการนั้น เราจักตั้งชวนจิต โดยสักว่าจักขุวิญญาณเท่านั้น. อีกอย่าง หนึ่ง รูปที่จักขุวิญญาณเห็นแล้ว ชื่อว่า เห็นแล้ว (ทิฏฺํ).
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ