เล่มที่ 26

ส่วนที่ 102

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 102 อ้างอิง: Book 26, Section 102 ประเภท: section


เนื้อหา

บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงความเพียรมีองค์ ๔ จึงตรัสว่า กามํ ตโจ เป็นต้น. ในองค์ทั้ง ๔ นั้น ตโจ เป็นองค์ ๑ นหารุ เป็นองค์ ๑ อฏฺ€ิ เป็นองค์ ๑. มํสโบหิตํ เป็นองค์ ๑. ก็แลกุลบุตรผู้อธิษฐาน ความเพียรประกอบด้วยองค์ ๔ นี้ พึงใช้ในฐานะทั้ง ๙ คือ ก่อน อาหาร หลังอาหาร ยามต้น ยามกลาง ยามสุดท้าย เวลาเดิน เวลายืน เวลานั่ง เวลานอน. บทว่า ทุกฺขํ ภิกฺขเว กุสิโต วิหรติ ความว่า ในพระศาสนานี้ บุคคลใดเกียจคร้าน บุคคลนั้นย่อมอยู่เป็นทุกข์ แต่ ในลัทธินอกพระพุทธศาสนา ผู้ใดเกียจคร้าน ผู้นั้นย่อมอยู่เป็นสุข. บทว่า โวกิณฺโณ แปลว่า คลุกคลี. บทว่า สทตฺถํ แปลว่า ประโยชน์ที่ดีหรือ ประโยชน์ของตน. แม้ด้วยบททั้งสอง ท่านก็ประสงค์เอาเฉพาะพระ อรหัตอย่างเดียว. ว่า ปริหาเปติ แปลว่า ให้เสื่อมไป ไม่บรรลุ. จริงอยู่ กุลบุตรผู้เกียจคร้าน ย่อมเป็นอันไม่คุ้มครองทวารทั้ง ๖. กรรม ๓ ก็ไม่บริสุทธิ์. ศีลมีอาชีวะเป็นที่ ๘ [อาชีวมัฏฐกศีล] ก็ไม่ผ่องแผ้ว. ภิกษุผู้มีอาชีวะอันทำลายเสียแล้ว ย่อมเป็นผู้เข้าไปเป็นพระประจำตระกูล. ภิกษุนั้นเป็นผู้ทำร้ายเพื่อนสพรหมจารีทั้งหลาย เหมือนผงที่ตกลงในดวงตา ย่อมอยู่เป็นทุกข์ ทั้งได้ชื่อว่า เป็นคนเมา และกินขี้ช้าง. ไม่สามารถ จะยึดพระอัธยาศัยของพระศาสดาไว้ได้ ชื่อว่า ทำขณะเวลาที่หาได้ยากให้ พลาดไป. แม้อาหารของชาวแคว้น ที่ภิกษุนั้นบริโภคแล้วย่อมไม่มีผล มาก. บทว่า อารทฺธวิริโย จ โข ภิกฺขเว ความว่า บุคคลผู้ปรารภ ความเพียร ย่อมอยู่เป็นสุขในพระศาสนานี้โดยแท้. ส่วนผู้ที่ประกอบ ความเพียรอยู่ในลัทธินอกพระพุทธศาสนา ย่อมอยู่เป็นทุกข์. บทว่า ปวิวิตฺโต ได้แก่ผู้พรากแล้ว. บทว่า สทตฺถํ ปริปูเรติ ได้แก่บรรลุ พระอรหัต. จริงอยู่ ภิกษุผู้ปรารภความเพียร ย่อมเป็นอันคุ้มครอง ทวารทั้ง ๖ ดีแล้ว. กรรมทั้ง ๓ ก็บริสุทธิ์. ศีลมีอาชีวะเป็นที่ ๘ ก็ผ่องแผ้ว. อีกอย่างหนึ่ง ภิกษุนั้นเป็นที่พอใจของเพื่อนสพรหมจารี ทั้งหลาย เหมือนยาหยอดตาที่เย็นในดวงตา และเหมือนจันทร์ตาม ธรรมชาติย่อมอยู่เป็นสุข ย่อมอาจยึดพระอัธยาศัยของพระศาสดาไว้ได้. จริงอยู่ พระศาสดาถูกนางโคตมีถวายบังคมด้วยกราบทูลอย่างนี้ว่า จิรํ ชีว มหาวีร กปฺปํ ติฏฺ€ มหามุนี.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ