เล่มที่ 19
ส่วนที่ 353
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 353 อ้างอิง: Book 19, Section 353 ประเภท: section
เนื้อหา
เล่ามาว่า มารนั้นนั่งคำนึงถึงพระศาสดาในบ้านตัวเองตลอดเวลา ว่า "วันนี้พระโคดมผู้สมณะอยู่ที่ตำบล หรืออำเภออะไร ? และตอนที่กำลัง คำนึงอยู่นี้ รู้ว่า "กำลังอาศัยเมืองอุกกัฏฐะอยู่ที่ป่าสุภคะ จึงสำรวจดู แล้วจะไป ไหนอีกหนอ? ก็เห็นว่ากำลังไปพรหมโลก จึงคิดว่า พระโคดมผู้สมณะกำลัง ไปพรหมโลก เราจะไปทำให้พอใจในธรรมเทศนาอย่างผิดๆ ตลอดเวลาที่ มารกล่าวธรรมกถาในที่นั้นแล้ว ยังไม่ทำให้คณะพรหมก้าวพ้นวิสัยของเรา" จึงเดินสะกดรอยพระศาสดาแล้วมายืนกำบังตัวในระหว่างหมู่พรหม. แกรู้ ว่า "พวกพรหมถูกพระศาสดารุกราน, จึงได้ยืนทำตัวเป็นผู้ค้ำชูพรหม เหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล มารผู้มี บาป" ดังนี้ คำว่า " เข้าสิงพรหมปาริสัชชะแล้ว " คือ "มารเข้าสู่ร่างของพรหม ปริสัชชะองค์หนึ่ง ก็ยังไม่สามารถเข้าสอดแทรกมหาพรหม หรือพวกพรหม ปุโรหิตได้. คำว่า " อย่ารุกรานผู้นี้ " คืออย่าได้รุกรานพกพรหมนี้. คำว่า " ครอบงำ (เป็นผู้ยิ่งใหญ่)" คือเป็นผู้ครอบงำตั้งอยู่ คือเจริญที่สุด (ใหญ่ที่ สุด หัวหน้า). คำว่า " ไม่ถูกครอบงำ " คือพวกอื่นครอบงำไม่ได้. คำว่า " โดยแท้ " เป็นนิบาตลงในคำที่ระบุว่าส่วนเดียว ทรงแสดงว่า ผู้เห็นด้วย อำนาจการเห็น ย่อมเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง. คำว่า " ผู้หมุนอำนาจ " คือ "ย่อมยังชน ทั้งหมดให้เป็นไปในอำนาจ. คำว่า " เป็นอิศวร " คือเป็นใหญ่ในโลก. คำ ว่า ผู้สร้าง ผู้นิรมิต คือเป็นผู้สร้าง และผู้นิรมิตโลกไว้ ท่านแสดงว่าแผ่นดิน หิมพานต์ เขาสิเนรุ จักรวาล มหาสมุทร พระจันทร์ และพระอาทิตย์ มหาพรหมองค์นี้นิรมิตไว้. คำว่า " ผู้ประเสริฐสุด ผู้จัดแจง " คือ มหา พรหมองค์นี้ เป็นผู้ประเสริฐสุด และเป็นผู้จัดแจง ท่านแสดงว่า มหาพรหมองค์ นี้ ได้จัดหมู่สัตว์ไว้อย่างนี้ว่า เธอเป็นกษัตริย์ เธอเป็นพราหมณ์ เป็น แพศย์ เป็นศูทร เป็นชาวบ้าน เป็นนักบวช กระทั่งเป็นอูฐ เป็นโค ท่านกล่าว ว่า มหาพรหมองค์นี้ ชื่อว่าเป็นผู้มีอำนาจ เพราะสะสมอำนาจไว้ มหา พรหมองค์นี้ เป็นพระบิดาของพวกภูต และพวกภัพย์ ด้วยบทว่า เป็นผู้มี อำนาจ เป็นพระบิดาของพวกภูตและภัพย์ . ในคำว่าพวกภูตและภัพย์นั้น พวก สัตว์ที่เกิดในไข่และในมดลูก ชื่อว่าภัพย์ ตอนอยู่ภายในกะเปาะไข่ และภาย ในลำไส้ (มดลูก) ตั้งแต่เวลาที่ออกมาข้างนอกแล้ว ชื่อว่า ภูต พวกที่เกิดตาม เหงื่อไคล (เช่นในน้ำครำ เป็นต้น) ในขณะจิตแรก เป็นภัพย์ ตั้งแต่ขณะ จิตที่สองไปเป็นภูต. พวกผู้ผุดเกิด เป็นภัพย์ในอิริยาบถแรก ตั้งแต่อิริยาบถ ที่สองไป พึงทราบว่า เป็นภูต. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เป็นพระบิดา ของพวกภูตและภัพย์ ด้วยทรงสำคัญว่า พวกสัตว์แม้ทั้งหมดนั้น เป็นลูก ของมหาพรหมองค์นี้. ด้วยบทว่า "ผู้ตำหนิแผ่นดินนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง แสดงว่า พวกเขาได้เป็นผู้ตำหนิแผ่นดินมาแล้ว เหมือนที่เธอกำลังตำหนิ เกลียดแผ่นดินว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่เป็นตัวตน ในบัดนี้ และไม่ใช่แต่เธอ เท่า นั้นหรอก. แม้ในคำเป็นต้นว่า ผู้ตำหนิน้ำ ก็ทำนองเดียวกันนี้แหละ. คำว่า " ตั้งอยู่ในกายอันทราม " ได้แก่เกิด ในอบายทั้งสี่. ด้วยบทว่า " ผู้ชม แผ่นดิน " นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่าพวกเขาได้เป็นผู้ชมแผ่นดิน คือเป็นผู้ พูดสรรเสริญคุณแผ่นดินมาแล้วอย่างนี้ คือพวกเขาไม่ตำหนิ (แต่ชมว่า) แผ่นดินเที่ยงแท้ แน่นอน ถาวร ไม่ขาด ไม่สิ้น เหมือนที่เธอกำลังตำหนิ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ