เล่มที่ 19

ส่วนที่ 218

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 218 อ้างอิง: Book 19, Section 218 ประเภท: section


เนื้อหา

คำว่า " เป็นปม " คือชื่อว่าตะปุ่มตะป่ำ ด้วยคำขู่และคำข่มเป็น ต้น เพราะเป็นวาทที่มีโทษ เหมือนปมที่ตั้งขึ้นที่ต้นไม้มีโทษ (เสีย)ฉะนั้น. คำ ว่า " หยาบ " คือเสีย เป็นวาจาที่หยาบคาย เหมือนต้นไม้ที่เสีย เป็นต้นไม้ที่ ขรุขระมีขุยไหลออกฉะนั้น. วาจานั้น ย่อมเหมือนกับครูดหูเข้าไปฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่า หยาบคาย. คำว่า เผ็ดร้อนแก่คนอื่น " คือเป็นวาจาที่เผ็ด ร้อนไม่น่าชื่นใจของคนเหล่าอื่น คือเป็นวาจาที่ก่อโทษ. คำว่า " ทิ่มแทงผู้ อื่น " คือได้แก่วาจาที่แทงไปในของรักเหมือนกิ่งไม้คดมีหนามกระทบกระ แทกคนเหล่าอื่น ทำให้เกิดความติดขัด เพราะไม่ให้เพื่ออันไปแม้แก่ผู้ที่อยาก ไป. คำว่า " ใกล้ต่อความโกรธ " คือใกล้ชิดต่อความโกรธ. คำว่า "ไม่เป็นไป เพื่อสมาธิ" คือเป็นวาจาที่ไม่เป็นไปเพื่ออัปปนาสมาธิ หรือ อุปจารสมาธิ. อย่างที่ว่ามาทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นคำใช้แทนวาจาที่มีโทษทั้งนั้นแล. คำว่า " มีปกติพูดไม่เป็นเวลา " คือเป็นผู้พูดโดยไม่ใช่เวลา. คำว่า ว่า " มีปกติพูดไม่จริง " คือเป็นผู้พูดสิ่งที่ไม่มี. คำว่า " มีปกติพูดไม่เป็น ผลประโยชน์ " คือเป็นผู้พูดถ้อยคำไม่อาศัยเหตุ. คำว่า " มีปกติพูดไม่เป็น ธรรม " คือเป็นผู้พูดไม่เป็นสภาวะ.(ไม่มีผล?). คำว่า " มีปกติพูดไม่เป็น วินัย " คือเป็นผู้พูดคำที่ไม่ประกอบด้วยสังวรวินัยเป็นตน. คำว่า " ไม่มีหลัก ฐาน " คือย่อมเป็นผู้พูดวาจาที่ไม่สมควรจะเก็บไว้ในตู้คือหัวใจ. คำว่า " โดย ไม่เลือกเวลา " คือย่อมเป็นผู้พูดในเวลาที่สมควรก่อนหรือหลังเวลาที่ต้อง พูด. คำว่า " ไม่มีที่อ้าง " คือเว้นจากที่อ้างอิงคือสูตร. คำว่า " ไม่มีที่จบ " คือยกเอาพระสูตรหรือขาดกที่ไม่มีขั้นตอนมาแล้วชักเอาเรื่องที่พอจะเข้า กับพระสูตรหรือชาดกนั้น ได้ข้อเปรียบหรือวัตถุมาแล้วกลับไปกล่าวถ้อยคำ ที่ตกเรื่องไปเสียหมด. คำที่ยกมาแล้วก็สักแต่ว่ายกขึ้นมาเท่านั้นเอง. เขา ย่อมถึงความเป็นผู้อันผู้อื่นพึงต่อว่า "เขาย่อมกล่าวสูตรหรือหนอ? หรือ ชาดก. พวกเราไม่เห็นการจบหรือที่สุดของสูตรหรือชาดกนั้น" แม้ผู้นี้ก็ย่อม ชื่อว่าเป็นธรรมกถึกย่านไทร ย่อมทำบทที่ยกขึ้นมาตั้งให้สักแต่ว่ายกมาตั้งไว้ เท่านั้นแล้วก็ไปเรื่อยเปื่อยแบบข้าง ๆ คูๆ อย่างนั้นแหละ เหมือนอย่างราก ย้อยของกิ่งต้นไทร ย้อยลงไปในที่ๆ มันไปแล้วๆ ถึงที่ซึ่งมัน หย่อนลง แล้วๆ แล้วก็ย่อมเจริญอีกนั่นเทียวมันไปได้แบบนี้นั่นแหละ ตั้งกึ่งโยชน์ บ้าง หรือโยชน์บ้าง ตั้งอยู่เป็นแนวทีเดียว ฉันใดก็ฉันนั้น. ส่วนผู้ใด แม้จะพูด มากก็ยังสามารถเพื่อให้ชักเอามาๆ แล้วรู้ได้ว่า "ท่านพูดคำนี้เพื่อสิ่งนี้" ผู้นั้นจะกล่าวก็ควร. คำว่า " ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ " คือ หาประกอบ ด้วยประโยชน์ไม่.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ