เล่มที่ 15
ส่วนที่ 202
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 202 อ้างอิง: Book 15, Section 202 ประเภท: section
เนื้อหา
คำเป็นต้นว่า อาตปฺปมนฺวาย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสให้พิส- ดารแล้วในพรหมชาลสูตร. ส่วนความสังเขปในที่นี้ ดังต่อไปนี้. ความ เพียรชื่อว่า อาตัปปะ. ความเพียรนั้นเองชื่อว่า ปธาน เพราะเป็นของ อันบุคคลพึงตั้งไว้ ชื่อว่า อนุโยค เพราะเป็นของอันบุคคลพึงประกอบ ไว้. บทว่า อปฺปมาทํ คือ การไม่อยู่ปราศจากสติ. บทว่า สมฺมา มน- สิการํ คือ การทำมนสิการโดยอุบาย ซึ่งเป็นไปด้วยอำนาจการพิจารณา ในสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าไม่เที่ยงเป็นต้น. บทว่า เจโตสมาธึ ได้แก่ สมาธิ ในปฐมฌาน. หลายบทว่า อยํ ปมา ทสฺสนสมาปตฺติ ความว่า ปฐมฌานสมาบัติที่พระโยคาวจรพิจารณาอาการ ๓๒ โดยเป็นของปฏิกูล แล้ว ให้เกิดขึ้น ด้วยอำนาจการเห็นว่า เป็นของปฏิกูลนี้ ชื่อว่า ทัสสนสมาบัติที่ ๑ แต่ถ้าพระโยคาวจรทำฌานนั่นให้เป็นบาทแล้ว เป็นพระโสดาบัน นี้ก็จัดเป็นทัสสนสมาบัติข้อที่ ๑ โดยตรงนั่นเอง บทว่า อติกฺกมฺม จ คือ ก้าวล่วง. บทว่า ฉวิมํสโลหิตํ คือ ผิวหนัง เนื้อ และโลหิต. บทว่า อฏฺึ ปจฺจเวกฺขติ คือ ย่อมพิจารณา ว่า กระดูก กระดูก ดังนี้. บทว่า อฏฺิ อฏฺิ ความว่า ฌานสมาบัติซึ่ง มีทิพพจักขุเป็นบาทมีกระดูกเป็นอารมณ์ ที่พระโยคาวจรพิจารณาแล้วให้ เกิดขึ้น ชื่อว่าทัสสนสมาบัติที่ ๒. แต่ถ้าพระโยคาวจรกระทำฌานนั้นให้ เป็นบาทแล้ว ย่อมให้สกทาคามิมรรคบังเกิดขึ้นได้. ข้อนี้ก็จัดว่าเป็นทัสส- นสมาบัติข้อที่ ๒ โดยทางตรง. ส่วนพระสุมนเถระผู้อยู่ในกาฬวัลลวิหาร กล่าวว่า ย่อมศวรตั้งแต่มรรคที่ ๓.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ