เล่มที่ 15

ส่วนที่ 201

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 201 อ้างอิง: Book 15, Section 201 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า อมนุสฺสานํ คือ หมู่ยักษ์และปีศาจ เป็นต้น. บทว่า เทวตานํ คือ เหล่าเทวดาผู้ดำรงอยู่ในชั้นจาตุมมหาราช เป็นต้น บทว่า สทฺทํ สุตฺวา ความว่า ฟังเสียงของเหล่าเทวดาและ อมนุษย์ ผู้ซึ่งรู้จิตของผู้อื่นแล้วกล่าว. บทว่า วิตกฺกวิปฺผารสทฺทํ ได้แก่ เสียงของหมู่ชนผู้หลับและ ประมาทแล้วเป็นต้น ผู้เพื่ออยู่ ซึ่งบังเกิดขึ้นมาด้วยการแผ่ซ่านไปแห่ง วิตก. บทว่า สุตฺวา คือ ได้ยินเสียงนั้น. เสียงนั้นเกิดขึ้นแก่บุคคลนั้นผู้ ตรึกเรื่องใด เขาย่อมดักใจได้ว่า ใจของท่านเป็นอย่างนี้ ด้วยอำนาจแห่ง การตรึกนั้น บทว่า นโมสงฺขารา ปณิหิตา คือ จิตตสังขารตั้งมั่นด้วยดีแล้ว. บท ว่า วิตกฺเกสฺสติ คือ เขาย่อมรู้ว่า ผู้นี้จักตรึก คือ จักให้ (จิตตสังขาร) เป็น ไป. อนึ่งเขาเมื่อรู้ ย่อมรู้ด้วยการมาของนิมิต ย่อมรู้ด้วยนิมิตอันเป็นส่วน เบื้องต้น ตรวจดูจิตในภายในสมาบัติย่อมรู้ได้. บุคคลย่อมรู้ว่า ในเวลาบริ- กรรมกสิณนั้นเอง บุคคลนี้เริ่มภาวนากสิณด้วยอาการใดจักยังปฐมฌาน ฯลฯ หรือจตุตถฌาณ หรือ สมาบัติ ๘ ให้เกิดได้ บุคคลนี้ชื่อว่า ย่อมรู้ด้วยการมา ปรากฏของนิมิต. บุคคลบางคนย่อมรู้เมื่อเริ่มบำเพ็ญสมถะปัสสนา คือ รู้ว่า บุคคลนี้ เริ่มบำเพ็ญวิปัสสนาโดยอาการใด จักยังโสดาปัตติมรรคให้เกิด ฯลฯ หรือยังอรหัตตมรรคให้เกิด ผู้นี้ชื่อว่า ย่อมรู้ได้ด้วยนิมิตอันเป็นส่วนเบื้องต้น. บุคคลบางคนย่อมรู้ว่า มโนสังขารของบุคคลนี้ตั้งมั่นด้วยดี โดยอาการใด เขาจักตรึกถึงวิตกชื่อนี้ เป็นลำดับแห่งจิตชื่อนี้ เมื่อบุคคลนั้นออกจากวิตก นี้ สมาธิอันเป็นฝ่ายเสื่อม หรือเป็นฝ่ายตั้งอยู่ หรือเป็นฝ่ายแห่งความวิ- เศษขึ้น หรือเป็นฝ่ายทำลายกิเลสจักมีได้ หรือจักยังอภิญญาให้เกิดขึ้น ผู้นี้ชื่อว่า ตรวจดูจิตในภายในสมาบัติแล้วจึงรู้ได้. ในบรรดาชน เหล่านั้น ปุถุชนผู้ได้เจโตปริยญาณ ย่อมรู้จิตของปุถุชนเท่านั้น หารู้ จิตของพระอริยทั้งหลายได้ไม่. แม้ในพระอริยทั้งหลาย พระอริยบุคคลผู้ ตั้งอยู่ในมรรคเองต่ำ ย่อมไม่รู้จิตของพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรคเบื้อง สูงได้. ส่วนพระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรคเบื้องสูง ย่อมรู้จิตของพระอริย- บุคคลผู้ตั้งอยู่ในมรรคเบื้องต่ำได้. ก็ในบรรดาท่านเหล่านั้น พระโสดาบัน ย่อมเข้าโสดปัตติผลสมาบัติ พระสกทาคามี ย่อมเข้าสกทาคามีผลสมาบัติ พระอนาคามี ย่อมเข้าอนาคามีผลสมาบัติ พระอรหันต์ ย่อมเข้าอรหัตตผล สมาบัติ พระอริยบุคคลผู้ตั้งอยู่ในผลเบื้องสูง ย่อมไม่เข้าสมาบัติอันตั้งอยู่ใน เบื้องต่ำ. ความจริง สมาบัติเบื้องต่ำของท่านเหล่านั้นก็มี ความเป็นไปใน สมาบัตินั้นเหมือนกัน. บทว่า ตเถว ตํ โหติ ความว่า เรื่องนี้ย่อมเป็น อย่างนั้นแลโดยส่วนเดียว. ความจริง ขึ้นชื่อว่าความเป็นโดยประการอื่นที่รู้ ด้วยอำนาจเจโตปริยญาณย่อมไม่มี. คำที่เหลือพึงประกอบเข้าโดยนัยก่อน นั้นแล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ