ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

บทว่า ถือเอากำเนิดในตระกูลมีชื่อเสียง คือเกิดในตระกูลที่ โด่...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 514 อ้างอิง: DN 514 ประเภท: teaching


เนื้อหา

บทว่า ถือเอากำเนิดในตระกูลมีชื่อเสียง คือเกิดในตระกูลที่ โด่งดัง. ได้ยินว่า ในกาลนั้นขึ้นชื่อว่าตระกูล อัมพัฏฐะ นับเป็นตระกูล โด่งดังในชมพูทวีป. บทว่า มีชื่อเสียง คือโด่งดังด้วยรูปร่าง กำเนิด มนต์ ตระกล และถิ่นฐาน. บทว่า ไม่หนัก คือไม่เป็นภาระ. ความว่า ผู้ใดไม่พึงสามารถที่จะให้ อัมพัฏฐมาณพ รู้ได้ การสนทนาด้วยเรื่องราวกับ อัมพัฏฐมาณพ นั้นของผู้นั้น พึงเป็นที่หนักใจ แต่สำหรับ พระผู้มีพระ- ภาคเจ้า ถึงจะถูกมาณพเช่น อัมพัฏฐะ นั้น ตั้งร้อยคนก็ตาม พันคนก็ตาม ถามปัญหา พระองค์มิได้ทรงมีความชักช้าในการที่จะทรงเฉลยเลย พวก ภิกษุเหล่านั้นสำคัญอยู่ดังนี้ จึงคิดว่า ก็การสนทนาด้วยเรื่องราวต่าง ๆ มิได้เป็นที่หนักใจเลย. บทว่า วิหาร ท่านกล่าวหมายถึงพระคันธกุฎี. บทว่า ไม่รีบร้อน คือไม่เร่งรัด ใจความว่า วางเท้าลงในที่พอเหมาะกับเท้า กระทำวัตร แล้ว ไม่ทำให้ทรายที่เกลี่ยไว้เรียบเสมอแล้ว เช่นกับปูลาดไว้ด้วยไข่มุก ใบไม้และไม้ย่างทราย ให้เป็นหลุมเป็นบ่อ. บทว่า ระเบียง คือหน้ามุข. บทว่า กระแอมแล้ว คือกระทำเสียงกระแอม. บทว่า ลูกดาลประตู คือบาน ประตู. บทว่า ท่านจงเคาะ ขยายความว่า ท่านจงเอาปลายเล็บเคาะตรงที่ใกล้ กับรูกุญแจเบา ๆ. ท่านอาจารย์ทั้งหลาย เมื่อจะแสดงธรรมเนียมการเคาะ ประตู จึงกล่าวว่า ได้ทราบว่าพวกอมนุษย์ย่อมเคาะประตูสูงเกินไป สัตว์ จำพวกงูเคาะต่ำเกินไป คนไม่ควรจะเคาะเช่นนั้น ควรเคาะตรงที่ใกล้รู ตรงกลาง. บทว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเปิดประตูแล้ว ความว่า พระ ผู้มีพระภาคเจ้า มิได้ทรงลุกไปเปิดประตู. แต่พระองค์ทรงเหยียดพระ หัตถ์ออก ด้วยตรัสว่า จงเปิดเข้ามาเถิด. ควรจะกล่าวว่า ลำดับนั้น พระ ผู้มีพระภาคเจ้า ทรงเปิดประตูด้วยพระองค์เองทีเดียว ด้วยตรัสว่า เพราะ เธอทั้งหลาย เมื่อให้ทานอยู่เป็นเวลาตั้งโกฏิกัปมิใช่น้อย มิได้กระทำกรรม คือการเปิดประตูด้วยมือตนเองเลย ก็ประตูนั้นอันน้ำพระทัยของ พระผู้มี พระภาคเจ้า ทรงเปิดแล้ว เพราะเหตุใด เพราะเหตุนั้น พระผู้มี พระภาคเจ้า จึงทรงเปิดประตูแล้ว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ