ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

แม้มาณพนั้นก็ปราศจากความหลงลืมในลักษณะแห่งคำพูดของ อาจารย์นั...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 513 อ้างอิง: DN 513 ประเภท: teaching


เนื้อหา

แม้มาณพนั้นก็ปราศจากความหลงลืมในลักษณะแห่งคำพูดของ อาจารย์นั้น มองเห็นทะลุปรุโปร่งซึ่งพุทธมนต์ ประดุจว่าเกิดแสงสว่าง เป็นอันเดียว จึงกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ เป็นอย่างนั้น. มีใจความว่า ท่านผู้เจริญ ท่านกล่าวฉันใด ผมจักทำฉันนั้น. บทว่า วฬวารถมารุยฺห แปลว่า ขึ้นสู่รถอันเทียมด้วยลา. ทราบมาว่า พราหมณ์ตัวเองท่องเที่ยวไปด้วย รถใด ก็ให้รถคันนั้นแหละส่งมาณพไป. บทว่า มาณวกา คือเป็นอัน- เตวาสิกของพราหมณ์ชื่อ โปกขรสาติ นั่นเอง. นัยว่า พราหมณ์นั้น ได้ให้สัญญาแก่พวกอันเตวาสิกว่า พวกท่านจงไปพร้อมกับ อัมพัฏฐมาณพ นั้น. บทว่า พื้นที่แห่งยานมีอยู่เพียงใด ความว่า เขาสามารถจะไปได้ ด้วยยานตลอดพื้นที่เท่าใด. บทว่า ลงจากยาน คือเขาไปสู่ที่ใกล้ซุ้มประตู อันมิใช่พื้นที่ของยานแล้วก็ลงจากยาน. บทว่า ก็โดยสมัยนั้นแล คือ อัมพัฏฐมาณพ เข้าไปสู่อารามใน สมัยใด ในสมัยนั้นแล คือในเวลาเที่ยงตรง. ถามว่า ภิกษุทั้งหลาย เดินจงกรมในเวลานั้น เพราะเหตุไร. ตอบว่า เพื่อจะบรรเทาความ ง่วงเหงาหาวนอนอันมีโภชนะประณีตเป็นปัจจัย. หรือว่า ภิกษุเหล่านั้น บำเพ็ญเพียรในเวลากลางวัน. เพราะว่าจิตของภิกษุผู้เดินจงกรมหลังฉัน ภัตตาหารแล้ว อาบน้ำ ผึ่งลมแล้ว นั่งกระทำสมณธรรมเช่นนั้นย่อม แน่วแน่. บทว่า ภิกษุเหล่านั้นอยู่ที่ใด ความว่า ได้ยินว่า มาณพนั้น คิดว่า เราจักไม่เดินจากบริเวณนั้นไปสู่บริเวณนี้ ด้วยคิดว่า พระสมณโคดม เสด็จประทับอยู่ ณ ที่ไหน จักถามก่อนแล้วเข้าไปเฝ้า จึงชำเลืองมอง ประหนึ่งข้างในป่า เห็นภิกษุทั้งหลายผู้นุ่งห่มผ้าบังสุกุล กำลังเดินจงกรม อยู่บนที่จงกรมใหญ่ จึงได้ไปยังสำนักของภิกษุเหล่านั้น. ท่านหมายถึง เหตุนั้นจึงได้กล่าวคำนี้ว่า ภิกษุเหล่านั้นอยู่ที่ใด. บทว่า ทสฺสนาย แปลว่า เพื่อจะเห็น. ใจความว่า เป็นผู้ใคร่เพื่อจะพบ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ