ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

คำว่า สุปฺปิโยปิ โข ความว่า แม้ สุปปิยปริพาชก แลดูพระอาทิตย์...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 132 อ้างอิง: DN 132 ประเภท: teaching


เนื้อหา

คำว่า สุปฺปิโยปิ โข ความว่า แม้ สุปปิยปริพาชก แลดูพระอาทิตย์ ณ ที่ตรงนั้นแล้ว ดำริว่า บัดนี้มิใช่กาลที่จะไป ปริพาชกทั้งผู้น้อยและ ผู้ใหญ่มีอยู่มาก และทางนี้ก็มีอันตรายอยู่มาก ด้วยโจรบ้าง ด้วยยักษ์ร้าย บ้าง ด้วยสัตว์ร้ายบ้าง ก็พระสมณโคดมนี้เสด็จเข้าไปยังอุทยาน ในสถาน ที่ประทับของพระสมณโคดม เทวดาย่อมพากันอารักขา อย่ากระนั้นเลย แม้เราก็จักเข้าไปพักแรมราตรีหนึ่งในอุทยานนี้แล พรุ่งนี้จึงค่อยไป ครั้น ดำริดังนี้แล้วจึงเข้าไปสู่อุทยานนั้นแล. ลำดับนั้น ภิกษุสงฆ์แสดงวัตรถวาย พระผู้มีพระภาคเจ้า แล้ว กำหนด สถานที่พักของตน ๆ. แม้ สุปปิยปริพาชก ก็ให้วางบริขารของปริพาชก ที่ด้านหนึ่งของอุทยาน แล้วเข้าพักแรมกับบริษัทของตน. แต่ในพระ บาลีท่านกล่าวไว้ด้วยอำนาจคำที่ยกขึ้นเป็นประธานอย่างเดียวว่า กับด้วย พรหมทัตมาณพ ผู้เป็นศิษย์ของตน. ก็ปริพาชกนั้นเข้าพักแรมอยู่อย่างนี้ ได้แลดูพระทศพลในตอนกลางคืน. และในสมัยนั้นก็ตามประทีปไว้สว่าง ดุจดาราเดียรดาษโดยรอบ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับนั่งอยู่ตรงกลาง และภิกษุสงฆ์ก็พากันนั่งล้อม พระผู้มีพระภาคเจ้า. แม้ภิกษุสักรูปหนึ่งใน ที่ประชุมนั้น ก็มิได้มีการคะนองมือ คะนองเท้า หรือเสียงไอ เสียงจาม เลย. ด้วยว่าบริษัทนั้นนั่งประชุมกันสงบเงียบราวกะเปลวประทีปในที่อับ ลม ด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ ด้วยการเป็นผู้ศึกษาอบรมแล้ว และด้วย ความเคารพในพระศาสดา. ปริพาชกเห็นคุณสมบัติดังนั้น จึงแลดูบริษัท ของตน. ในที่ประชุมปริพาชกนั้น บางพวกก็นอนยกมือ บางพวกก็นอน ยกเท้า บางพวกก็นอนละเมอ บางพวกก็นอนแลบลิ้น น้ำลายไหล กัด ฟัน กรนเสียงดังครอก ๆ. แม้เมื่อควรจะกล่าวสรรเสริญ พระรัตนตรัย สุปปิยปริพาชก นั้นก็กล่าวติเตียนอยู่นั่นเองอีก ด้วยอำนาจความริษยา ส่วน พรหมทัตมาณพ กล่าวสรรเสริญตามนัยที่กล่าวแล้วนั้นแล. ด้วยเหตุ นั้น ท่านพระอานนท์ จึงกล่าวว่า ได้ยินว่า แม้ในพระราชอุทยาน อัมพลัฏฐิกา นั้น สุปปิยปริพาชก ดังนี้ ควรกล่าวคำทั้งหมด. ในพระบาลี นั้น บทว่า ตตฺรปิ ความว่า ในอุทยานชื่อ อัมพลัฏฐิกา แม้นั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ