ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค
ก็ในเวลาที่ อุปติสสะและโกลิตะ บวชในสำนักของ สัญชัย นั้น พวก ...
หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: ทีฆนิกาย ลำดับ: 131 อ้างอิง: DN 131 ประเภท: teaching
เนื้อหา
ก็ในเวลาที่ อุปติสสะและโกลิตะ บวชในสำนักของ สัญชัย นั้น พวก ปริพาชก ได้มีบริษัทมาก แต่เมื่อ อุปติสสะ และ ไกลิตะ หลีกไป บริษัท ของพวกเขาแม้นั้นก็พากันแตกไป. ด้วยเหตุ ๒ ประการดังกล่าวมานี้ พึงทราบว่า สุปปิยปริพาชก นี้เมื่อคายความริษยานั้นออกมา กล่าวติพระ รัตนตรัยทีเดียว เพราะริษยา พระผู้มีพระภาคเจ้า อยู่เป็นนิจ คำว่า อถโข ภควา อมฺพลฏฺิกายํ ราชาคารเก เอกรตฺติวาสํ อุปคญฺฉิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน ความว่า ในครั้งนั้นแล พระผู้มีพระ ภาคเจ้า เสด็จไปด้วยพุทธลีลานั้น ถึงประตู พระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา โดยลำดับ ทอดพระเนตรดูพระอาทิตย์ มีพระพุทธดำริว่า บัดนี้มิใช่กาล ที่จะไป พระอาทิตย์ใกล้อัสดงคต จึงเสด็จเข้าประทับพักแรมราตรีหนึ่ง ณ พระตำหนักหลวง ใน พระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา. ในพระบาลีนั้น อุทยานของพระราชา ชื่อว่า อัมพลัฏฐิกา. ได้ยิน ว่า ณ ที่ใกล้ประตูแห่งอุทยานั้นมีต้นมะม่วงหนุ่มอยู่ ซึ่งคนทั้งหลายเรียก ว่า อัมพลัฏฐิกา แม้อุทยานก็พลอย ชื่อว่า อัมพลัฏฐิกา ด้วย เพราะอยู่ ใกล้มะม่วงหนุ่มต้นนั้น. อุทยานนั้นสมบูรณ์ด้วยร่มเงาและน้ำ มีกำแพง ล้อมรอบ มีประตูประกอบไว้อย่างดี คุ้นครองอย่างดี ปานดังหีบฉะนั้น. ในอุทยานนั้นได้สร้างพระตำหนักอันวิจิตรด้วยประดิษฐกรรม เพื่อเป็นที่ เล่นทรงสำราญพระราชหฤทัย พระตำหนักนั้น จึงเรียกกันว่า พระตำหนัก หลวง.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ