พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ สังฆาทิเสสกัณฑ์

กถาว่าด้วยทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในน้ำ พึงทราบวินิจฉัยในทรัพย์ที่ต...

หมวด: วินัยปิฎก ฝ่าย: มหาวิภังค์ ลำดับ: 241 อ้างอิง: Saṅghādisesa 241 ประเภท: explanation


เนื้อหา

กถาว่าด้วยทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในน้ำ พึงทราบวินิจฉัยในทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในน้ำ :- หลายบทว่า อุทเก นิกฺขิตฺตํ โหติ ความว่า ภัณฑะที่พวกชนผู้กลัวแต่ราชภัยเป็นต้น ทำการ ปิดเสียให้ดีในวัตถุทั้งหลายมีภาชนะทองแดง และโลหะเป็นต้นซึ่งจะไม่เสียหาย ไปด้วยน้ำเป็นธรรมดา แล้วเก็บไว้ในน้ำนิ่ง ในสระโบกขรณีเป็นต้น. เพียง โอกาสที่ตั้งอยู่ เป็นฐานของทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในน้ำนั้น, น้ำทั้งหมด ไม่จัดเป็นฐาน. หลายบทว่า คจฺฉติ วา อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ความว่า เมื่อภิกษุ เดินไปในน้ำที่ไม่ลึก เป็นทุกกฎทุก ๆ ย่างเท้า. ในน้ำลึกเมื่อทำความพยายาม ด้วยมือ หรือด้วยเท้าก็ดี ทำความพยายามทั้งมือและเท้าก็ดีเป็นทุกกฏทุก ประโยค. ถึงในการดำลงและผุดขึ้น เพื่อลักเอาหม้อ ก็มีนัยเหมือนกันนี้. แต่ถ้าภิกษุเห็นภัยบางอย่าง จะเป็นงูน้ำหรือปลาร้ายก็ตาม กลัวแล้วก็หนีไป เสียในระหว่าง ไม่เป็นอาบัติ. ในอาการมีจับต้องเป็นต้น พึงทราบวินิจฉัย โดยนัยที่กล่าวแล้วในหม้อ ซึ่งอยู่ในแผ่นดินนั่นแล. ส่วนความแปลกกันมี ดังต่อไปนี้ :- ในภุมมัฏฐกถานั้น ภิกษุขุดลากไปบนแผ่นดิน, ในอุทกัฏฐกถานี้ ภิกษุกดให้จมลงในโคลน. ความกำหนดฐาน ย่อมมีได้ ด้วยอาการ ๖ ด้วย ประการฉะนี้. ในดอกอุบลเป็นต้น วัตถุแห่งปาราชิก จะครบในดอกใด, เมื่อ ดอกนั้นสักว่า ภิกษุเด็ดแล้ว ต้องปาราชิก. ก็บรรดาชาติดอกบัวเหล่านี้ เปลือกบัวแม้ที่ข้าง ๆ หนึ่งแห่งอุบลชาติทั้งหลาย ยังไม่ขาดไปเพียงใด, ยัง รักษาอยู่เพียงนั้น. ส่วนปทุมชาติเมื่อก้านขาดแล้ว ใยข้างในแม้ยังไม่ขาด ก็รักษาไว้ไม่ได้. ดอกอุบลเป็นต้นที่เจ้าของตัดวางไว้, ดอกใด จะยังวัตถุ ปาราชิกให้ครบได้, เมื่อดอกนั้นอันภิกษุยกขึ้นแล้ว ก็เป็นปาราชิก. ดอกอุบล พึงฆ่าด้วยมรรค. บทว่า โส เอวํ โข เต ความว่า ทรงแสดงว่า โลภะ โทสะ และโมหะนั้นเอง ยังละไม่ได้ในสันดานของท่าน แต่ท่านเป็นผู้มีความ สำคัญว่าละได้แล้ว. บทว่า โส จ หิ เต ความว่า ธรรมคือ โลภะ โทสะ และโมหะของท่านนั้น. บทว่า กาเม ได้แก่ กาม ๒ อย่าง. บทว่า น ปริภุญฺเชยฺยาสิ คือ ทรงแสดงว่า ท่านก็พึงบวชดุจพวกเรา. บทว่า อปฺปสฺสาทา ได้แก่ มีสุขนิดหน่อย. บทว่า พหฺทุกฺขา ได้แก่ ทุกข์อัน เป็นไปในปัจจุบัน และในสัมปรายภพนั้นเทียว เป็นอันมากในที่นี้. บทว่า พหูปายาสา ได้แก่ กิเลสคืออุปายาส อันเป็นไปในปัจจุบันและสัมปรายภพ นั้นเทียว เป็นของมากในที่นี้. บทว่า อาทีนโว คือ อุปัททวะ อันเป็นไป ในปัจจุบันและสัมปรายภพ. บทว่า เอตฺถ ภิยฺโย ความว่า ในกามเหล่านั้น มีโทษมากอย่างนี้เทียว แต่ให้ความยินดีน้อย คือ นิดหน่อย ดุจเมล็ดผักกาด อาศัยภูเขาหิมพานต์ให้ผลน้อยฉะนั้น. บทว่า อิติ เจปิ มหานาม ความว่า ดูก่อนมหานาม แม้ถ้าอริยสาวกอย่างนี้. บทว่า ยถาภูตํ ได้แก่ ทรงแสดงว่า เล็งเห็นด้วยดีด้วยปัญญาโดยชอบตามเป็นจริง คือ โดยนัย โดยการณ์. บรรดา บทเหล่านั้น บทว่า ปญฺาย ได้แก่ ด้วยวิปัสสนาปัญญา อธิบายว่า ด้วยญาณคือมรรค ๒ อย่างในขั้นต่ำ. บทว่า โสว คือ อริยสาวกผู้เห็นโทษ ของกามด้วยมรรค ๒ อย่างนั้นเทียว. ทรงแสดงญาณ ๒ อย่างที่มีปีติ ด้วยบท นี้ว่า ปีติสุขํ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ