เล่มที่ 79
บทว่า "วิวิตฺตํ" เป็นต้น มีความเหมือนคำที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ใน...
หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 390
เนื้อหา
บทว่า "วิวิตฺตํ" เป็นต้น มีความเหมือนคำที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในหน หลังนั่นแหละ. คำใดที่ควรกล่าวในฐานมีประมาณเท่านี้ว่า "โส เอวํ สมา- หิเต จิตฺเต ฯเปฯ ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานาติ" ดังนี้ คำนั้นทั้งหมด ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในวิสุทธิมรรคนั่นแล. บัณฑิตพึงทราบ จตุตถฌานจิต อัน เป็นบาทแห่งวิปัสสนา ในคำว่า "โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต" แห่งตติยวิชชา คือ วิชชาที่ ๓ ได้แก่ อาสวักขยญาณ. ข้อว่า "อาสวานํ ขยาณาย" ได้แก่ เพื่อประโยชน์แก่ พระอรหัตมรรคญาณ. ก็พระอรหัตมรรค อันยังอาสวะ กิเลสให้พินาศ ท่านเรียกว่า "อาสวานํ ขโย" แปลว่า ธรรมเป็นที่สิ้นไป แห่งอาสวะทั้งหลาย. จริงอยู่ ญาณในอรหัตมรรคญาณนั้น ท่านเรียกว่า "อาสวานํ ขโย" เพราะเป็นธรรมอันนับเนื่องในอรหัตมรรคนั้น. ข้อว่า "จิตฺตํ อภินินฺนาเมติ" ได้แก่ วิปัสสนาจิตของเขา ย่อมมุ่งไป. ในคำทั้งหลาย มีคำว่า "โส อิทํ ทุกฺขํ" เป็นต้น บัณฑิตพึงทราบ เนื้อความอย่างนี้ว่า ภิกษุย่อมรู้ทั่ว คือ ย่อมแทงตลอด ทุกขสัจจะแม้ทั้งปวง ตามความเป็นจริง ด้วยการแทงตลอดลักษณะพร้อมทั้งรสว่า "เอตฺตกํ ทุกฺขํ น อิโต ภิยฺโย" แปลว่า ทุกข์มีประมาณเท่านี้ ไม่ยิ่งไปกว่านี้. ก็ภิกษุย่อม รู้ทั่ว คือ ย่อมแทงตลอดตัณหาอันเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์นั้นตามความเป็นจริง ด้วยการแทงตลอดลักษณะพร้อมทั้งรสว่า "อยํ ทุกฺขสมุทโย" สภาวธรรม นี้เป็นแดนเกิดแห่งทุกข์. ภิกษุย่อมรู้ทั่ว คือ ย่อมแทงตลอด ซึ่งพระนิพพาน อันเป็นที่ถึงความดับคือไม่เป็นไปของธรรมแม้ทั้งสองเหล่านั้นตามความเป็น จริง ด้วยการแทงตลอดลักษณะพร้อมทั้งรสว่า "อยํ ทุกฺขนิโรโธ" สภาว- ธรรมนี้เป็นที่ดับทุกข์. ก็ภิกษุย่อมรู้ทั่ว คือ ย่อมแทงตลอดอริยมรรค อัน เป็นสัมปาปกะเหตุแห่งพระนิพพานนั้นตามความเป็นจริง ด้วยการแทงตลอด ลักษณะพร้อมทั้งรสว่า "อยํ ทุกฺขนิโรธคามินีปฏิปทา" สภาวธรรมนี้ เป็น ข้อปฏิบัติให้ถึงซึ่งความดับทุกข์. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงสัจจะทั้ง หลายโดยสรุปอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงสัจจะโดยปริยาย ด้วยอำนาจ กิเลส พระองค์จึงตรัสคำเป็นต้นว่า "อิเม อาสวา." ข้อว่า "ตสฺส เอวํ ชานโต เอวํ ปสฺสโต" ความว่า พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าย่อมตรัสประโยชน์อันถึงที่สุดพร้อมด้วยวิปัสสนาแก่ภิกษุผู้นั้น ผู้รู้อยู่ อย่างนี้ผู้เห็นอยู่อย่างนี้. บทว่า "กามาสวา" ได้แก่ (ย่อมพ้น) จากกามาสวะ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ย่อมทรงแสดงขณะแห่งมรรค ด้วยบทนี้ว่า "วิมุจฺจติ" ซึ่งแปลว่า กำลังหลุดพ้น. ทรงแสดงขณะแห่งผล ด้วยบทนี้ว่า "วิมุตฺตสฺมึ" แปลว่าหลุดพ้นแล้ว. ก็จิตในขณะแห่งมรรค ชื่อว่า กำลังหลุดพ้น จิตในขณะ แห่งผลชื่อว่า หลุดพ้นแล้ว. ย่อมทรงแสดงญาณในปัจจเวกขณะ ด้วยคำนี้ว่า "วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ าณํ" เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็รู้ว่า จิตหลุดพ้นแล้ว ทรงแสดงภูมิแห่งปัจจเวกขณญาณนั้น ด้วยคำว่า "ชาติ ขีณา" เป็นต้น. ก็พระขีณาสพนั้นเมื่อพิจารณาด้วยญาณนั้น ย่อมรู้ชัดว่า ชาติของท่านสิ้นแล้ว. บทว่า "วุสิตํ" ได้แก่ อยู่แล้ว คืออยู่จบแล้ว คือกระทำแล้ว ประพฤติเสร็จ กิจแล้ว อธิบายว่า สำเร็จกิจแล้ว. บทว่า "พฺรหฺมจริยํ" ได้แก่ มรรค- พรหมจรรย์.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน