เล่มที่ 79

วินิจฉัยในนิเทศแห่ง "กุปปธรรมบุคคล" เป็นต้น

หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 176


เนื้อหา

วินิจฉัยในนิเทศแห่ง "กุปปธรรมบุคคล" เป็นต้น. สมาบัติธรรม อันบุคคลใด บรรลุแล้ว ย่อมกำเริบ ย่อมพินาศ เพราะเหตุนั้นบุคคลนั้นจึง ชื่อว่า "กุปฺปธมฺโม" แปลว่า ผู้มีธรรมอันกำเริบ. บทว่า "รูปสหคตานํ" อธิบายว่า สมาบัติที่สหรคตด้วยรูปนั้น กล่าวคือ ที่มีรูปเป็นนิมิต คือ เป็น ไปพร้อมกับรูปนั้น หมายความว่า ไม่ยกเว้น รูปาวจรฌานทั้ง ๔ ที่มีรูปเป็น อารมณ์. บทว่า "อรูปสหคตานํ" อธิบายว่า สิ่งอื่นเว้นจากรูปไม่ชื่อว่า รูป เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า อรูป สมาบัติที่สหรคตด้วยอรูป คือที่เป็นไปพร้อม กับอรูปนั้น ไม่ยกเว้นอรูปาวจรฌานทั้ง ๔ ที่มีอรูปเป็นอารมณ์. คำว่า "น นิกามลาภี" ความว่า ชื่อว่า มิใช่เป็นผู้ได้ตามความปรารถนา เพราะไม่ ได้ด้วยอาการที่ปรารถนา โดยความเป็นผู้ไม่ชำนาญในการประพฤติมาแล้วโดย อาการ ๕ อย่าง. อธิบายว่า ผู้ไม่ชำนาญเข้าสมาบัติ. คำว่า "น อกิจฺฉลาภี" ได้แก่ ได้โดยลำบาก คือ ได้โดยยาก อธิบายว่า ผู้ใดข่มกิเลสทั้งหลายไว้ด้วย อาคม บรรลุอุปจาระ บรรลุอัปปนา ได้อยู่ซึ่งจิตตมัญชุสา (หีบ คือ จิต คงหมายถึงการสั่งสมสุขวิหารธรรม) ลำบากด้วยสัมปโยคะ คือ ความเพียรอัน เป็นสสังขารอันยากลำบาก ย่อมไม่อาจเพื่อบรรลุสัมปทานั้น บุคคลนี้ชื่อว่า มิใช่เป็นผู้ได้โดยลำบาก. คำว่า "น อกสิรลาภี" ได้แก่ เป็นผู้ได้ไม่ บริบูรณ์ อธิบายว่า เข้าสมาบัติแล้วไม่อาจเพื่อจะแผ่ไปตลอดกาลนานได้ คือ ให้เป็นไปได้เพียงหนึ่งวาระจิต หรือสองวาระจิต แล้วก็ออกโดยเร็วพลันนั่น เทียว. บทว่า "ยตฺถิจฺฉกํ" ได้แก่ ความปรารถนาเพื่อจะเข้าสมาบัติใน โอกาสใด. บทว่า "ยทิจฺฉกํ" ความว่า ย่อมปรารถนาเพื่อจะนั่งเข้าสมาบัติ ใด ๆ คือ ฌานมีกสิณเป็นอารมณ์ หรือฌานมีอานาปานะเป็นอารมณ์ หรือ ฌานมีอสุภะเป็นอารมณ์. บทว่า "ยาวติจฺฉกํ" ความว่า ย่อมปรารถนากาล มีประมาณเท่าใด โดยการกำหนดเวลายาวนาน.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน