เล่มที่ 79

ตโย ขนฺธา ตถา สจฺจา อินฺทฺริยา ปน โสฬส ปทานิ ปจฺจยากาเร จุทฺ...

หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 52


เนื้อหา

ตโย ขนฺธา ตถา สจฺจา อินฺทฺริยา ปน โสฬส ปทานิ ปจฺจยากาเร จุทฺทสูปริ จุทฺทส. สมตฺตึส ปทา โหนฺติ โคจฺฉเกสุ ทสสฺวถ ทุเว จูฬนฺตรทุภา อฏฺ€ โหนฺติ มหนฺตรา. แปลว่า ขันธ์ ๓ (คือ เจตสิกขันธ์ ๓) สัจจะ ๓ (คือ สมุทัย นิโรธ มรรค) อินทรีย์ ๑๖ (คือ เว้นปสาทอินทรีย์ ๕ และมนินทรีย์) ปัจจยาการ ๑๔ (คือปฏิจจสมุปบาท ๑๔ เว้นวิญญาณ นามรูป สฬายตนะ อุปปัตติภวะ ปริเทวะ) บทที่ต่อมาจากปัจจยาการอีก ๑๔ บท (คือ บทสติปัฎฐานเป็นต้น เว้นอิทธิบาท) บททั้งหลาย ๓๐ บทที่ในโคจฉกะสิบ จูฬันตรทุกะ ๒ บท (คือ อัปปัจจยบท และอสังขตบท) มหันตรทุกะ ๘ บท (รวม ๙๐ บท). ก็บรรดาบทเหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสปัญหาทั้งหมดไว้ ๑๒ บท โดยรวมบท ๖ บท ที่เป็นคำวิสัชนาเช่นเดียวกัน. บัณฑิตพึงทราบการจำแนก ขันธ์ในบทเหล่านั้นอย่างนี้. แต่ในอายตนะและธาตุทั้งหลาย มิได้มีความต่างกัน. ในปัญหาที่ ๑ ก่อน. สองบทว่า " ตีหิ ขนฺเธหิ " ได้แก่ (นับ สงเคราะห์ได้) ด้วยขันธ์ ๓ คือ รูปขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์. ส่วน อายตนะและธาตุ พึงทราบการนับสงเคราะห์ได้ด้วยสามารถแห่งธัมมายตนะ และธัมมธาตุ. ในนิทเทสนี้ พึงทราบนัยดังนี้ว่า นิพพาน สุขุมรูป สัญญา สังขารขันธ์ ไม่นับสงเคราะห์โดยขันธ์สังคหะกับด้วยเวทนาขันธ์ แต่เป็นธรรม ที่นับสงเคราะห์ได้ด้วยอายตนะ (คือ ธัมมายตนะ) และธาตุ (คือ ธัมมธาตุ). บรรดาธรรมเหล่านั้น นิพพานไม่ถึงซึ่งการนับว่าเป็นขันธ์. ธรรมที่เหลือย่อม ถึงการสงเคราะห์ได้ ด้วยรูปขันธ์ สัญญาขันธ์และสังขารขันธ์. แม้นิพพานก็ ย่อมถึงซึ่งการนับสงเคราะห์ว่าเป็นอายตนะและธาตุนั่นแหละ. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า " อสงฺขตํ ขนฺธโต €เปตฺวา ตีหิ ขนฺเธหิ เอเกนายตเนน เอกาย ธาตุยา สงฺคหิตา" ดังนี้. แต่ในฝ่ายสัญญาขันธ์ ในที่นี้ นำสัญญาขันธ์ออกแล้ว พึงทราบว่าเป็นขันธ์ ๓ กับด้วยเวทนาขันธ์. ในสังขารขันธ์เป็นต้น นำสังขารขันธ์ออกแล้ว พึงทราบว่าเป็นขันธ์ ๓ ด้วย สามารถแห่งรูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน