เล่มที่ 78

ปัญญาใด เกิดขึ้นแผ่จิตไปสู่บุคคลอื่น เพราะเหตุนั้น ปัญญากำหน...

หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 627


เนื้อหา

ปัญญาใด เกิดขึ้นแผ่จิตไปสู่บุคคลอื่น เพราะเหตุนั้น ปัญญากำหนดจิตบุคคลอื่นนั้น จึงชื่อว่า แผ่จิตไป. ปัญญา ใด เกิดขึ้นแผ่อาโลกะ คือแสงสว่างไป เพราะเหตุนั้น ปัญญาอันเป็นทิพย- จักษุนั้น จึงชื่อว่า แผ่แสงสว่างไป. ปัจจเวกขณญาณ ชื่อว่า ปัจจเวก- ขณนิมิต. คำว่า ปญฺา ปีติผรณตา เป็นต้น ในฌาน ๒ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ โดยคำเช่นกับที่กล่าวแล้วนั่นแหละ. ก็ในคำเหล่านั้น การแผ่ปีติไป การแผ่สุขไป เป็นดุจเท้าทั้งสอง การ แผ่จิตไป การแผ่อาโลกะ คือแสงสว่างไปเป็นราวกะมือทั้งสอง ฌานอันเป็น บาทแห่งอภิญญาเป็นราวกะกายในท่ามกลาง ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึง ทรงแสดงสัมมาสมาธิมีองค์ ๕ ราวกะบุรุษผู้ถึงพร้อมแล้ว ด้วยส่วนประกอบ แห่งร่างกาย (คืออวัยวะน้อยใหญ่) ด้วยประการฉะนี้. คำว่า อยํ ปญฺจงฺคิโก สมฺมาทิฏ€ิ (แปลว่า นี้เรียกว่า สัมมาสมาธิมีองค์ ๕) อธิบายว่า พระผู้มี- พระภาคเจ้า ตรัสสมาธิแห่งฌานอันเป็นบาทว่า พระโยคาวจรนี้ ประกอบแล้ว ด้วยองค์ ๕ เช่นกับด้วยมือ เท้า และศีรษะ ว่าเป็น สัมมาสมาธิ ดังนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประสงค์เอาในคำว่า อยํ สมาธิ ปจฺจุปฺปนฺนสุโข เจว เป็นต้น (เเปลว่า สมาธินี้ มีสุขในปัจจุบัน ด้วย) ก็สมาธินั้น ชื่อว่า มีสุขในปัจจุบัน เพราะความเป็นสุขในขณะแห่งสมาธิ นั้นแน่วแน่แล้ว ๆ สมาธิที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่สมาธิที่เกิดหลัง ๆ จึงชื่อว่า มีสุขเป็นวิบากต่อไป เพราะความที่สุขนั้นเป็นปัจจัย. สมาธินั้น ย่อมยังผลจิต อันสงบ อันสุขุม อันประณีต อันเป็นมธุรรูป (รูปที่ดี) ให้ตั้งขึ้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน