เล่มที่ 78
ฌานที่ ๔ อันเป็น ทิพพจักขุญาณ ชื่อว่า เป็นปริตตารัมมณะ เพราะ...
หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 398
เนื้อหา
ฌานที่ ๔ อันเป็น ทิพพจักขุญาณ ชื่อว่า เป็นปริตตารัมมณะ เพราะ ความที่ภิกษุนั้นมี สี เป็นอารมณ์. ฌานที่ ๔ อันเป็น ยถากัมมูปคตญาณ เป็นปริตตารัมมณะในขณะ ระลึกถึงกรรมอันเป็นกามาวจร เป็นมหัคคตารัมมณะในขณะระลึกถึงกรรมอัน เป็นรูปาวจร และอรูปาวจร. ฌานที่ ๔ อันเป็น อนาคตังสญาณ เป็นปริตตารัมมณะในกาล กำหนดรู้ถึงการเกิดขึ้นแห่งกามธาตุในอนาคตกาล เป็นมหัคคตารัมมณะในเวลา ที่รู้การเกิดขึ้นในรูปภพและอรูปภพ เป็นอัปปมาณารัมมณะ ในการรู้ว่า ใน อนาคตกาล พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระขีณาสพทั้งหลาย จักเจริญ มรรค จักสำเร็จผล ดังนี้ เป็นนวัตตัพพารัมมณะในเวลาที่ระลึกถึงชื่อและ โคตร. ฌานที่ ๔ อันเป็น อากาสานัญจายตนะ และ อากิญจัญญายตนะ เป็น นวัตตัพพารัมมณะ. ฌานที่ ๔ อันเป็น วิญญานัญจายตนะ และ เนวสัญญานาสัญญา- ยตนะ เป็นมหัคคตารัมมณะ. โลกุตตรจตุตถฌาน เป็น อัปปมาณารัมมณะ . แม้ว่าโดยกิริยา แบบแผนอันเป็นอารมณ์ ดังกล่าวนี้นั่นแหล่ะ ย่อม เป็นไปในฌาน ๑๒ เหล่านั้น. คำว่า ตีณิ ฌานานิ น มคฺคารมฺมณา ได้แก่ ปัจจเวกขณญาณ หรือเจโตปริยญาณเป็นต้น พึงทำมรรคให้เป็นอารมณ์ได้. ฌานทั้ง ๓ ไม่เป็น มัคคารัมมณะ เพราะไม่เป็นไปอย่างนั้น. แต่พึงเป็นมัคคเหตุกะ ด้วยสามารถ แห่งสหชาตเหตุ. เป็นมัคคาธิปติ ด้วยการเจริญมรรค อันมีวิริยะเป็นหัวหน้า หรือมีวีมังสาเป็นหัวหน้า แต่ไม่พึงกล่าวว่า เป็นมัคคาธิปติ ในกาลที่มีฉันทะ จิตตะเป็นหัวหน้า และในกาลแห่งผล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน