เล่มที่ 78
ภิกษุเป็นผู้เห็นโทษ เห็นภัย เห็นความชั่วร้าย และเห็นการรื้อถ...
หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 256
เนื้อหา
ภิกษุเป็นผู้เห็นโทษ เห็นภัย เห็นความชั่วร้าย และเห็นการรื้อถอน ออกเสียให้พ้น ในโทษอันมีประมาณน้อยเหล่านั้น ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่าเห็น ภัยในโทษทั้งหลายอันมีประมาณน้อย. คำว่า สมาทานแล้วประพฤติอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย มีอธิบายว่า สิกขา เป็นไฉน ? สิกขา ๔ คือ สิกขาของภิกษุ เรียกว่าภิกษุสิกขา, สิกขาของภิกษุณี เรียกว่า ภิกขุนีสิกขา, สิกขาของอุบาสก เรียกว่า อุบาสกสิกขา, สิกขาของ อุบาสิกา เรียกว่า อุบาสิกาสิกขา เหล่านี้เรียกว่า สิกขา. ภิกษุสมาทานสิกขาทั้งหมด ด้วยสิกขาสมาทานทั้งหมด สมาทานสิกขา ทั้งหมดมิให้เหลือ ด้วยอาการที่จะพึงประพฤติทั้งหมด แล้วประพฤติอยู่ใน สิกขาเหล่านี้ ด้วยเหตุนั้น จึงเรียกว่า สมาทานแล้วประพฤติอยู่ในสิกขาบท ทั้งหลาย. บทว่า คุ้มครองทวารในอินทรีย์ ๖ มีอธิบายว่า ความเป็น ผู้คุ้มครองทวารในอินทรีย์ ๖ มีอยู่ ความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ ๖ มีอยู่. ใน ๒ อย่างนั้น ความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ ๖ เป็นไฉน ? ภิกษุบางรูปในศาสนานี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว ย่อมเป็นผู้ถือนิมิต ถืออนุพยัญชนะ บาปอกุศลธรรม คือ อภิชฌาและโทมนัส พึงซ่านไปตาม บุคคลนี้ ผู้ไม่สำรวมจักขุนทรีย์อยู่ เพราะการไม่สำรวมจักขุนทรีย์ใดเป็นเหตุ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมจักขุนทรีย์นั้น ย่อมไม่รักษาจักขุนทรีย์นั้น ย่อมไม่ ถึงการสำรวมในจักขุนทรีย์นั้น ฟังเสียงด้วยโสตะแล้ว ฯลฯ ดมกลิ่นด้วยฆานะ แล้ว ฯลฯ ลิ้มรสด้วยชิวหาแล้ว ฯลฯ ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกายแล้ว ฯลฯ รู้ธรรมารมณ์ด้วยมนะแล้ว เป็นผู้ถือนิมิต ถืออนุพยัญชนะ บาปอกุศลธรรม คืออภิชฌาและโทมนัส พึงซ่านไปตามบุคคลนี้ ผู้ไม่สำรวมมนินทรีย์อยู่ เพราะการไม่สำรวมมนินทรีย์ใดเป็นเหตุ ย่อมไม่ปฏิบัติเพื่อสำรวมมนินทรีย์นั้น ย่อมไม่รักษามนินทรีย์นั้น ย่อมไม่ถึงการสำรวมในมนินทรีย์นั้น ความไม่ คุ้มครอง กิริยาที่ไม่คุ้มครอง การไม่รักษา การไม่สำรวมซึ่งอินทรีย์ ๖ เหล่านี้ อันใด นี้เรียกว่า ความเป็นผู้ไม่คุ้มครองทวารในอินทรีย์ ๖.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน