เล่มที่ 78
คำว่า อุเปโต โหติ คือ กองแห่งธรรม กล่าวคือ อิทธิบาทเป็น สภาว...
หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 197
เนื้อหา
คำว่า อุเปโต โหติ คือ กองแห่งธรรม กล่าวคือ อิทธิบาทเป็น สภาวะที่เข้าไปถึงแล้ว. คำว่า เตสํ ธมฺมานํ คือ ธรรมมีฉันทะเป็นต้น อันสัมปยุตด้วยปธานสังขารเหล่านั้น. คำทั้งปวงมีคำว่า อิทฺธิ สมิทฺธิ เป็นต้น เป็นคำไวพจน์ของ นิปผตฺติ (คือ ความสำเร็จ อรรถแรก) ทั้งนั้น. เมื่อความเป็นอย่างนั้น ท่านจึงเรียกว่า อิทธิ เพราะอรรถว่า ความสำเร็จ. อิทธิอันสมบูรณ์แล้ว ท่านเรียกว่า สมิทธิ อีกอย่างหนึ่ง บทว่า สมิทธิ นี้ เป็นบทที่เจริญแล้วด้วย อุปสรรค. อาการแห่งความสำเร็จ ท่านเรียกว่า อิชฺฌนา ความสำเร็จ. บทว่า สมิชฺฌนา เป็นบทที่เจริญด้วยอุปสรรค. ความได้ด้วยสามารถแห่ง การปรากฏในสันดานของตน ท่านเรียกว่า ลาภะ. ความได้แม้ซึ่งธรรมอัน เสื่อมไปแล้วด้วยสามารถแห่งการเริ่มความเพียรอีก ท่านเรียกว่า ปฏิลาภะ ความได้อีก. อีกอย่างหนึ่ง บทว่า ปฏิลาภะนี้ เป็นบทที่เจริญขึ้นด้วยอุปสรรค. บทว่า ปตฺติ (การถึง) คือ การบรรลุ. การบรรลุด้วยดีด้วยสามารถแห่งการ ไม่เสื่อมไป ฉะนั้น ท่านจึงเรียกว่า สัมปัตติ (ความถึงด้วยดี). คำว่า ผุสนา (ความถูกต้อง) คือการถูกต้องด้วยสามารถแห่งความได้อีก (ปฏิลาภะ). คำว่า สจฺฉิกิริยา คือความกระทำให้แจ้งด้วยปฏิลาภะนั่นแหละ. คำว่า อุปสมฺปทา (ความเข้าถึง) บัณฑิตพึงทราบว่า ความเข้าถึงด้วยปฏิลาภะเหมือนกัน. คำว่า ตถาภูตสฺส ได้แก่ ของบุคคลผู้ปรากฏแล้วโดยอาการนั้น อธิบายว่า บุคคลผู้ ได้เฉพาะแล้วซึ่งธรรมมีฉันทะเป็นต้นเหล่านั้นแล้วดำรงอยู่. ขันธ์แม้ทั้ง ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสแล้วด้วยคำว่า เวทนากฺขนฺโธ เป็นต้น โดยกระทำ ฉันทะเป็นต้นไว้ภายใน. คำว่า เต ธมฺเม ได้แก่ อรูปขันธ์ทั้ง ๔ เหล่านั้น. อีกอย่างหนึ่ง คำนี้ ท่านกล่าวว่า ธรรมทั้ง ๓ (คือ ฉันทะ สมาธิ ปธานสังขาร) มีฉันทะเป็นต้น. คำว่า อาเสวติ เป็นต้น มีอรรถตามที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้ว นั่นแหละ. แม้ในนิทเทสแห่งอิทธิบาทที่เหลือ บัณฑิตพึงทราบเนื้อความโดย นัยนี้เหมือนกัน.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน