เล่มที่ 78
ข้อนี้ พึงทราบความอุปมานั้นนั่นแหละ พึงทราบว่า การที่ภิกษุผู...
หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 94
เนื้อหา
ข้อนี้ พึงทราบความอุปมานั้นนั่นแหละ พึงทราบว่า การที่ภิกษุผู้ฉลาด มนสิการผมทั้งหลาย ห้ามมิให้ จิตตุปบาทฟุ้งไปในภายนอกแล้ว ด้วยจิตอันหมดจดนั่นแหละ พึงมนสิการอยู่ ซึ่งคำว่า โลมา นขา ทนฺตา ตโจ ดังนี้ ไม่ให้เสื่อมจากกรรมฐาน จึง ก้าวล่วงวัฏฏะภัยได้ เปรียบเหมือน การที่บุรุษผู้ฉลาด ยังบุคคลให้ชำระหนี้ หนึ่งพันได้กำไรแล้วก้าวขึ้นสู่สะพานท่อนไม้ ระมัดระวังเครื่องนุ่งห่ม กระทำ ธาตุ คือ กายให้ทะมัดทะแมงไปจนถึงฝั่งโน้นได้โดยความสวัสดี. แม้เมื่อเธอ ห้ามความฟุ้งซ่านไปในภายนอกอย่างนี้แล้ว พึงมนสิการ โดยการก้าวล่วง บัญญัติ โดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ. คือ พึงปล่อยบัญญัติว่า เกสา โลมา เสีย แล้วตั้งสติว่า ปฏิกูล ปฏิกูล ดังนี้. ก็กรรมฐานแรกนั้น แหละยังมิได้ปรากฏโดยความเป็นปฏิกูล ตราบใดกรรมฐานยังมิได้ปรากฏโดย ความเป็นปฏิกูล ก็ไม่พึงสละบัญญัติก่อน. กาลใด กรรมฐานปรากฏโดยความ เป็นปฏิกูล กาลนั้น พึงสละบัญญัติ มนสิการซึ่งคำว่า ปฏิกูล ดังนี้. ก็ภิกษุ เมื่อกระทำ พึงมนสิการกรรมฐาน โดยความเป็นปฏิกูลโดยอาการ ๕ อย่าง โดย นัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแหละ เพราะว่าในตจปัญจกะ ย่อมได้ความเป็น ปฏิกูลแม้ทั้ง ๕ อย่าง ด้วยสามารถแห่งสี สัณฐาน กลิ่น อาสยะ (ที่อาศัย) และโอกาส (ที่ตั้ง) นั่นแหละ. แม้ในกรรมฐานที่เหลือ ภิกษุได้ปฏิกูลใด ๆ ก็พึงให้มนสิการเป็นไปด้วยสามารถแห่งส่วนนั้น ๆ. บรรดาโกฏฐาสเหล่านั้น โกฏฐาส ๕ มีผมเป็นต้น ถึงการนับว่า เป็น สุภนิมิต เป็นที่ตั้งแห่งราคะ เป็นอิฏฐารมณ์ ขึ้นชื่อว่าสัตว์ผู้ยังยินดีเหล่าใดเหล่าหนึ่ง สัตว์เหล่า นั้นทั้งหมดย่อมยินดีในโกฏฐาส ๕ เหล่านี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน