เล่มที่ 78
อาจารย์ผู้บอกกรรมฐาน พึงบอกว่า เธอจงทำการสาธยาย ด้วย สามารถแ...
หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 85
เนื้อหา
อาจารย์ผู้บอกกรรมฐาน พึงบอกว่า เธอจงทำการสาธยาย ด้วย สามารถแห่งโกฏฐาส ดังนี้. คือ อย่างไร ? คือ อาจารย์พึงบอกว่า เธอจงทำการสาธยายโกฏฐาสว่า เกสา โลมา เป็นต้น ก็ถ้าภิกษุนั้นทำการ สาธยาย ด้วยสามารถแห่งโกฏฐาสอย่างนี้ กรรมฐานปรากฏอยู่โดยสี ทีนั้น ภิกษุนั้นก็จะพึงบอกแก่อาจารย์ผู้ให้โอวาทว่า กระผมทำการสาธยายอาการ ๓๒ ด้วยสามารถแห่งโกฏฐาส แต่กรรมฐานนั้น (โกฏฐาส) ปรากฏแก่กระผมโดยสี ดังนี้ อาจารย์ไม่พึงกล่าวขัดแย้งว่า นั่นมิใช่ลักษณะ (ของกรรมฐาน) มิใช่กรรมฐาน เป็นดุจกรรมฐาน ดังนี้. แต่พึงกล่าวว่า สัปบุรุษ ดี แล้ว ในกาลก่อน เธอจักเคยกระทำบริกรรมในวัณณกสิณมา กรรมฐานนี้นั่นแหละ เป็นสัปปายะของเธอ เธอจงทำการสาธยายด้วย สามารถแห่งสีทีเดียว. แม้ภิกษุนั้น ก็ควรทำการสาธยายด้วยสามารถแห่งสี นั่นแหละ. เมื่อภิกษุนั้น ทำอยู่อย่างนี้ ย่อมจะได้วัณณกสิณ ๔ คือ นีลกกสิณ (กสิณสีเขียว) ปีตกกสิณ (กสิณสีเหลือง) โลหิตกกสิณ (กสิณสีแดง) โอทาตกกสิณ (กสิณสีขาว). คือ อย่างไร ? คือ เมื่อภิกษุนั้น มนสิการ สีที่ผม ขน น้ำดี และในสีดำแห่งลูกตาว่า นีลํ นีลํ (เขียว ๆ) อยู่ ฌาน อันเป็นจตุกกนัย หรือปัญจกนัย ย่อมเกิดขึ้น ภิกษุนั้นทำฌานให้เป็นบาท เริ่มตั้งวิปัสสนาไว้แล้ว ย่อมบรรลุพระอรหันต์. ก็เมื่อภิกษุนั้นมนสิการสีมันข้น และในที่สีเหลืองแห่งลูกตาว่า ปีตกํ ปีตกํ (เหลือง ๆ) อยู่ ฌานอันเป็น จตุกกนัยหรือปัญจกนัย ย่อมเกิดขึ้น ภิกษุนั้นทำฌานให้เป็นบาท เริ่มตั้ง วิปัสสนาไว้แล้ว ย่อมบรรลุพระอรหัต. ก็เมื่อภิกษุนั้น มนสิการสีเนื้อ เลือด และในที่สีแดงแห่งลูกตาว่า โลหิตกํ โลหิตกํ (แดง ๆ) อยู่ ฌาน อันเป็นจตุกกนัย หรือปัญจกนัย ย่อมเกิดขึ้น ภิกษุนั้น ทำฌานให้เป็นบาท เริ่มตั้งวิปัสสนาไว้แล้ว ย่อมบรรลุพระอรหัต ก็เมื่อภิกษุนั้น มนสิการสีเล็บ ฟัน หนัง กระดูก และในที่สีขาวแห่งลูกตาว่า โอทาตํ โอทาตํ (ขาว ๆ) อยู่ ฌานอันเป็นจตุกกนัย หรือปัญจกนัย ย่อมเกิดขึ้น ภิกษุนั้นทำฌานให้ เป็นบาท เริ่มตั้งวิปัสสนาได้แล้ว ย่อมบรรลุพระอรหัต. ข้อนี้ เป็นการ ออกไป ของภิกษุผู้มีจิตตั้งมั่นแล้ว ด้วยอำนาจแห่งสี จนถึงพระอรหัต ภิกษุอื่นอีก เมื่อทำการสาธยาย ด้วยสามารถแห่งโกฏฐาสอยู่ กรรม- ฐานย่อมปรากฏโดยปฏิกูล ทีนั้น ภิกษุนั้นพึงบอกแก่อาจารย์ผู้ให้โอวาท อาจารย์ก็ไม่พึงกล่าวขัดแย้งว่า นั่นมิใช่ลักษณะ (ของกรรมฐาน) มิใช่ กรรมฐาน เป็นดุจกรรมฐาน ดังนี้ แต่พึงบอกว่า สัปบุรุษ ดีแล้ว ในปางก่อน เธอจัดเคยประกอบความเพียรในปฏิกูลมนสิการมา กรรมฐานนี้นั่นแหละเป็น สัปปายะของเธอ เธอจงการทำการสาธยายด้วยสามารถแห่งปฏิกูลนั่นแหละ. แม้ภิกษุนั้น ก็ควรทำการสาธยายด้วยสามารถแห่งปฏิกูล. เมื่อภิกษุนั้นทำการ สาธยายด้วยสามารถแห่งปฏิกูลอย่างนี้ว่า ขึ้นชื่อว่า ผมทั้งหลายเป็นของ ไม่งาม ไม่น่าชอบใจ มีกลิ่นเหม็น น่ารังเกียจ เป็นของปฏิกูล ดังนี้อยู่ ปฐมฌานย่อมเกิดขึ้นในอารมณ์ปฏิกูลได้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน