เล่มที่ 78

คำว่า อฏฺ€ี ความว่า เว้นกระดูกฟัน ๓๒ ซี่ กระดูกที่เหลือมี ปร...

หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 66


เนื้อหา

คำว่า อฏฺ€ี ความว่า เว้นกระดูกฟัน ๓๒ ซี่ กระดูกที่เหลือมี ประมาณ ๓๐๐ ท่อน คือ. กระดูกมือ ๖๔ ท่อน กระดูกเท้า ๖๔ ท่อน กระดูกอ่อนติดเนื้อ ๖๔ ท่อน กระดูกส้นเท้า ๒ ท่อน กระดูกข้อเท้าสองข้าง ๒ ท่อน กระดูก แข้งสองข้าง ๒ ท่อน กระดูกเข่าสองข้าง ๒ ท่อน กระดูกขา ๒ ท่อน กระดูกสะเอว ๒ ท่อน กระดูกสันหลัง ๑๘ ท่อน กระดูกซี่โครง ๒๔ ท่อน กระดูกหน้าอก ๑๔ ท่อน กระดูกใกล้หัวใจ ๑ ท่อน กระดูกไหปลาร้า ๒ ท่อน กระดูกสะบัก ๒ ท่อน กระดูกแขนท่อนบน ๒ ท่อน กระดูกแขนท่อนล่างสองข้าง ๔ ท่อน กระดูกคอ ๗ ท่อน กระดูกคาง ๒ ท่อน กระดูกดั้งจมูก ๑ ท่อน กระดูกเบ้าตา ๒ ท่อน กระดูกหู ๒ ท่อน กระดูกหน้าผาก ๑ ท่อน กระดูกกระหม่อม ๑ ท่อน กระดูก (กระโหลก) ศีรษะ ๙ ท่อน กระดูกเหล่านั้นแม้ทั้งหมด ว่าโดยสี มีสีขาว. ว่าโดยสัณฐาน มี สัณฐานต่าง ๆ จริงอยู่ บรรดากระดูกเหล่านั้น กระดูกนิ้วเท้าท่อนปลาย มี สัณฐานดังเมล็ดบัว กระดูกท่อนกลางถัดจากท่อนปลาย มีสัณฐานดังเมล็ดขนุน กระดูกท่อนโคน มีสัณฐานดังบัณเฑาะว์. กระดูกหลังเท้า มีสัณฐานดังหมู่ ต่นคล้าที่ถูกทุบ. กระดูกส้นเท้า มีสัณฐานดังจาวตาลลอนเดียว. กระดูก ข้อเท้า มีสัณฐานดังลูกสะบ้าคู่. กระดูกแข้งในที่เป็นที่ตั้งจดข้อเท้า มีสัณฐาน ดังหน่อไม้อ่อนที่ปอกเปลือก กระดูกแข้งท่อนเล็ก มีสัณฐานดังคันธนู ท่อน ใหญ่ มีสัณฐานดังหลังงูทีแห้งแล้ว. กระดูกเข่า มีสัณฐานดังต่อมน้ำทีแหว่ง ไปข้างหนึ่ง ตรงที่เป็นกระดูกแข้งจดกระดูกเข่านั้น มีสัณฐานดังเขาโคปลายทู่. กระดูกขาอ่อน มีสัณฐานดังด้ามพร้า หรือด้ามขวานที่เขาทำหยาบ ๆ ที่ตรง กระดูกขาอ่อนจดอยู่ที่กระดูกสะเอวนั้น มีสัณฐานดังลูกสะบ้ากีฬา ตรงที่กระดูก สะเอวจดกระดูกขานั้น มีสัณฐานดังผลมะงั่วใหญ่ปลายปาด. กระดูกสะเอวแม้ ๒ อัน มีสัณฐานดังเตาของนายช่างหม้อ แยกแต่ละอันมีสัณฐานดังคีมของ นายช่างทอง. กระดูกตะโพกตอนปลาย มีสัณฐานดังพังพานงูที่เขาจับคว่ำหน้า มีช่องน้อยช่องใหญ่ ๗ แห่ง. กระดูกสันหลังข้างหน้า มีสัณฐานดังห่วงแผ่น ตะกั่วที่วางซ้อน ๆ กันไว้ ข้างนอกมีสัณฐานดังลูกประคำ ในระหว่าง ๆ แห่ง กระดูกเหล่านั้น มีเดือยสองสามอันเช่นกับฟันเลื่อย. บรรดากระดูกซี่โครง ๒๔ ซี่ ซี่ที่ไม่เต็มมีสัณฐานดังเคียวที่ไม่เต็มเล่ม ซี่ที่เต็มมีสัณฐานดังเคียว เต็มเล่ม กระดูกซี่โครงแม้ทั้งหมดมีสัณฐานดังปีกกางของไก่ขาว. กระดูกอก ๑๔ ชิ้น มีสัณฐานดังลูกกรงคานหามเก่า. กระดูกใกล้หัวใจ มีสัณฐานดัง จวัก. กระดูกไหปลาร้า มีสัณฐานดังด้ามมีดโลหะเล่มเล็ก. กระดูกสะบัก มี สัณฐานดังจอบชาวสีหฬที่เหี้ยนไปข้างหนึ่ง. กระดูกต้นแขน มีสัณฐานดังด้าม แว่น ท่อนปลายมีสัณฐานดังรากตาลคู่. กระดูกข้อมือ มีสัณฐานดังห่วงแผ่น ตะกั่วที่เขาเชื่อมติดกันตั้งไว้. กระดูกหลังมือ มีสัณฐานดังกองต้นคล้าที่ทุบ แล้ว. กระดูกข้อโคนนิ้วมือ มีสัณฐานดังบัณเฑาะว์ ท่อนกลางมีสัณฐานดัง เมล็ดขนุนไม่เต็มเม็ด ท่อนปลายมีสัณฐานดังเมล็ดตุมกา. กระดูกคอ ๗ ชิ้น มีสัณฐานดังแว่นหน่อไม้ไผ่ที่เขาใช้ไม้เสียบตั้งไว้โดยลำดับ. กระดูกคางล่าง มี สัณฐานดังคีมเหล็กของนายช่างโลหะ. ท่อนบนมีสัณฐานดังเหล็กขูด กระดูก- เบ้าตาและกระดูกหลุมจมูก มีสัณฐานดังเต้าของลูกตาลอ่อนที่ควักจาวออกแล้ว. กระดูกหน้าผาก มีสัณฐานดังเปลือกสังข์ที่ตั้งคว่ำหน้า. กระดูกกกหู มีสัณฐาน ดังฝักมีดโกนของช่างกัลบก. กระดูกที่ตั้งติดกันเป็นแผ่นตอนบนของกระดูก หน้าผากและกระดูกกกหู มีสัณฐานดังท่อนแผ่นผ้าเต็มหม้อที่ยับยู่ยี่. กระดูก กระหม่อม มีสัณฐานดังกระโหลกมะพร้าวเปี้ยวที่ปาดหน้าแล้ว. กระดูกศีรษะ มีสัณฐานดังกระโหลกน้ำเต้าเก่าที่เขาเย็บติดกันตั้งไว้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน