เล่มที่ 77

อีกบุคคลหนึ่ง อาศัยอุจเฉททิฏฐิว่า "ที่ชื่อว่า อัตตานี้ ขาดสู...

หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 480


เนื้อหา

อีกบุคคลหนึ่ง อาศัยอุจเฉททิฏฐิว่า "ที่ชื่อว่า อัตตานี้ ขาดสูญแล้ว ในภพอันเป็นสมบัติของกามาพจร หรือว่าบรรดารูปภพหรืออรูปภพ ภพใด ภพหนึ่งย่อมขาดสูญโดยแท้" ดังนี้ จึงทำกรรมอันเข้าถึงภพนั้น. กรรมนั้น ของบุคคลนั้น ชื่อว่า กรรมภพ ขันธ์ทั้งหลายอันเกิดแต่กรรม ชื่อว่า อุปปัตติภพ ส่วนภพมีสัญญาภพเป็นต้นก็รวมอยู่ภายในกรรมภพและอุปปัตติ ภพนั้นนั่นแหละ ทิฏฐุปาทานเป็นปัจจัยแก่กามภพ รูปภพ และอรูปภพทั้ง ๓ พร้อมทั้งประเภท พร้อมทั้งภพที่ผนวกเข้าด้วยกัน ด้วยประการฉะนี้. อีกบุคคลหนึ่ง กำหนดเอาว่า "ชื่อว่า อัตตานี้ ย่อมมีความสุข ปราศจากความเร่าร้อนในภพอันเป็นสมบัติในกามาพจร หรือบรรดารูปภพและ อรูปภพ ภพใดภพหนึ่ง" จึงทำกรรมอันเข้าถึงภพนั้น ด้วยอัตตวาทุปาทาน กรรมนั้นของบุคคลนั้น ชื่อว่า กรรมภพ ขันธ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นแต่กรรมภพ นั้น ชื่อว่า อุปปัตติภพ ส่วนสัญญาภพเป็นต้น ก็รวมอยู่ในกรรมภพและ และอุปปัตติภพนั้นนั่นแหละ อัตตวาทุปาทานเป็นปัจจัยแก่ภพ ๓ พร้อมทั้ง ประเภท พร้อมทั้งภพที่ผนวกเขาด้วยกัน ด้วยประการฉะนี้. อีกบุคคลหนึ่ง มีความเห็นว่า "ชื่อว่า ศีลและพรตนี้ ย่อมถึงความสุข อันบริบูรณ์แก่บุคคลผู้บำเพ็ญ ในภพอันเป็นสมบัติของกามาพจร หรือบรรดา รูปภพ หรืออรูปภพ ภพใดภพหนึ่ง" ดังนี้ จึงทำกรรมอันเข้าถึงภพนั้น ด้วยอำนาจสีลัพพตุปาทาน. กรรมนั้นของบุคคลนั้น ชื่อว่า กรรมภพ ขันธ์ ทั้งหลายที่เกิดแต่กรรมภพนั้น ชื่อว่า อุปปัตติภพ ส่วนสัญญาภพเป็นต้น ก็รวมอยู่ภายในกรรมภพและอุปปัตติภพนั้นแหละ. สีลัพพตุปาทาน ย่อมเป็น ปัจจัยแก่ภพ ๓ พร้อมทั้งประเภท พร้อมทั้งภพที่ผนวกเข้าด้วยกัน ดังนี้แล. พึงทราบวินิจฉัยแม้โดยอุปาทานใด เป็นปัจจัยแก่ภพใด ในนิเทศนี้นั้น ด้วยประการฉะนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน