เล่มที่ 76

ความที่รูปทั้งหลายมีความอ่อนดุจ หนังที่ขยำไว้ดีแล้ว มีอาการท...

หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 233


เนื้อหา

ความที่รูปทั้งหลายมีความอ่อนดุจ หนังที่ขยำไว้ดีแล้ว มีอาการทำให้อ่อนเป็นไปตามอำนาจในการกระทำทั้งปวง ได้ต่าง ๆ กัน มีสมุฏฐานเกิดแต่ปัจจัยซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อธาตุกำเริบอันทำให้ รูปแข็ง อันใด วิการรูปนั้น ชื่อว่า มุทุตารูป. แต่ความที่รูปทั้งหลายควร แก่การงานเหมือนทองคำที่หลอมไว้ดีแล้ว มีอาการคล้อยตามในการกระทำของ สรีระ มีสมุฏฐานเกิดแต่ปัจจัยซึ่งเป็นปฏิปักษ์ต่อธาตุกำเริบ อันทำให้รูปไม่ คล้อยตามของการกระทำในสรีระ อันใด วิการรูปนั้น ชื่อว่า กรรมมัญญตารูป. อนึ่ง วิการรูปแม้ทั้ง ๓ นั่นย่อมอาจเพื่อทำการงานได้ ก็หาไม่ รูปที่ เกิดจากอาหารเป็นต้น (คือเกิดแต่จิตและอุตุด้วย) เท่านั้นย่อมทำการงานได้. จริงอย่างนั้น พวกพระโยคีจึงพูดกันว่า วันนี้พวกเราได้อาหารเป็นสัปปายะ กายของเราจึงเบาอ่อนควรแก่การงาน วันนี้พวกเราได้อุตุสัปปายะ วันนี้จิตของ พวกเราจึงสงบ กายของพวกเราเบาอ่อนควรแก่การงาน ดังนี้. พึงทราบวินิจฉัยในนิทเทสแห่งอุปจยะและสันตติต่อไป. บทว่า อายตนานํ (อายตนะทั้งหลาย) ได้แก่ รูปายตนะ ๑๐ ทั้งกึ่ง (คือ ๑๐ กับ ครึ่งหนึ่ง). บทว่า อาจโย (ความสั่งสม) ได้แก่ ความ บังเกิดขึ้น. บทว่า โส รูปสฺส อุปจโย (นั้นเป็นความเกิดแห่งรูป) ได้แก่ ความเกิดสั่งสมแห่งอายตนะอันเกิดขึ้นบ่อย ๆ อันใด อันนั้นแหละ ชื่อว่า ความเกิดสั่งสมแห่งรูป อธิบายว่า ย่อมเติบโตขึ้น. ความเกิดสั่งสมแห่งรูป อันใด อันนั้นเป็นสันตติ (ความสืบต่อ) ของรูป เพราะฉะนั้น ความเจริญ ของรูปทั้งหลายอันสั่งสมแล้วด้วยอาการอย่างนี้ อันใด ในเวลาที่รูปเป็นไป ยิ่งกว่านั้น ความเจริญนั้น ชื่อว่า สันตติของรูปคือความเป็นไปของรูป. เหมือนอย่างว่า เมื่อบุคคลขุดหลุมใกล้ฝั่งแม่น้ำ ความสั่งสมเกิดขึ้นเหมือน เวลาที่น้ำไหลไปยังหลุม. ความเกิดขึ้นเจริญแล้ว เหมือนเวลาที่น้ำเต็มหลุม พึงทราบว่าสันตติเป็นไปดุจเวลาที่น้ำไหลท่วมไปฉะนั้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน