เล่มที่ 76
ส่วนที่ 198
หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 198
เนื้อหา
๒. คือมีจักขุวิญญาณและขัมปฏิจฉันนจิต เป็นต้น มีตทารัมมณะเป็นที่สุด. ๓. โยชนาว่า ตามควรแก่วัตถุและทวาร. สัตว์ย่อมเห็นรูปทั้งหลาย ด้วยจักขุ ประสาทรูปใด จักขุประสาทรูปนี้ เล็ก ละเอียด มีประมาณเท่าศีรษะเล็น ดังนี้. จักษุนั้นด้วย เป็นอายตนะด้วย เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า จักขายตนะ แม้ในข้อว่า ยํ จกฺขุ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท (จักษุใด เป็นประสาทรูปอาศัยมหาภูตรูป ๔) นี้เป็นฉัฏฐีวิภัตติใช้ในอรรถการประกอบ (ทุติยาวิภัตติ) อธิบายว่า ประสาทรูปอาศัยมหาภูตรูป ๔ เป็นไป. ด้วยบทนี้ ท่านถือเอาจักขุประสาทเท่านั้น ปฏิเสธจักษุที่เหลือ. ส่วนคำใดที่ตรัสไว้ในอินทริยโคจรสูตรว่า ประสาทรูปอาศัยมหาภูตรูป หนึ่งคือปฐวีธาตุ สงเคราะห์ไม่ได้ด้วยภูตรูป ๓ คือ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ เป็นต้น ในจตุปริวัตตสูตร กล่าวไว้ว่า ประสาทรูปอาศัยมหาภูต รูป ๒ คือ ปฐวีธาตุ และอาโปธาตุ ไม่สงเคราะห์ด้วยมหาภูตรูป ๒ คือ เตโช- ธาตุ และวาโยธาตุ คำนั้นตรัสไว้โดยปริยาย จริงอยู่ สุตตันติกกถานี้เป็น ปริยายเทศนา ก็เทศนาในสุตตันติกกถานี้ ตรัสไว้โดยปริยายนี้ว่า ประสาท รูปใดอาศัยมหาภูตรูปทั้ง ๔ ประสาทรูปนั้นก็เป็นประสาทรูปในมหาภูตรูป เหล่านั้นแต่ละอย่าง ๆ บ้าง แต่ละ ๒ อย่างบ้างนั่นแหละ ดังนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน