เล่มที่ 76

บัดนี้ ควรจะตั้งมาติกาในกถาทวารวิบาก ต่อไป

หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: มาติกา ลำดับที่: 69


เนื้อหา

บัดนี้ ควรจะตั้งมาติกาในกถาทวารวิบาก ต่อไป. พระจูฬนาคเถระ ผู้ทรงพระไตรปิฎกกล่าวไว้ก่อนว่า กุศลเจตนา ดวงเดียวย่อมเกิดวิบากจิต ๑๖ ดวง ในกุศลเจตนาดวงนี้แหละเป็นเหตุให้เกิด วิบากจิต ๑๒ ดวงบ้าง เป็นอเหตุกจิต ๘ บ้าง ดังนี้. ก็ พระมหาทัตตเถระ ผู้อยู่ในวิหารโมรวาปีกล่าวว่า กุศลเจตนาหนึ่ง ดวงย่อมเกิดวิบากจิต ๑๒ ดวง ในกุศลเจตนาดวงนี้แหละเป็นเหตุให้เกิดวิบาก- จิต ๑๐ ดวงบ้าง อเหตุกจิต ๘ บ้าง ดังนี้. แต่ พระมหาธัมมรักขิตเถระ ผู้ทรงพระไตรปิฎกกล่าวว่า กุศล- เจตนาดวงเดียวย่อมเกิดวิบากจิต ๑๐ ดวง ในกุศลเจตนาดวงนี้แหละ เป็น อเหตุกจิต ๘ ดังนี้. ในฐานะนี้ พระเถระเหล่านั้นถือเอาเรื่องชื่อว่า สาเกตกปัญหา. ได้ยินว่า พวกอุบาสกผู้อยู่ในเมืองสาเกต นั่งในศาลาสนทนากันถึง ปัญหาว่า ในเจตนากรรมดวงเดียวที่ประกอบแล้ว จะมีปฏิสนธิอย่างเดียว หรือหลายอย่าง ดังนี้ ไม่อาจวินิจฉัยได้ จึงพากันไปถามพระเถระผู้ทรงพระ- อภิธรรม. พระเถระทั้งหลายให้พวกอุบาสกเหล่านั้นยอมรับด้วยคำว่า หน่อ อันเดียวเท่านั้นย่อมออกจากเมล็ดมะม่วงอันเดียวฉันใด เจตนาเดียวก็มีปฏิสนธิ หนึ่งเท่านั้น ฉันนั้นดังนี้. ในวันต่อมาก็สนทนากันถึงปัญหาว่า ก็เจตนา ต่าง ๆ ที่กระทำกรรมแล้วย่อมมีปฏิสนธิต่าง ๆ หรือมีปฏิสนธิเดียว ดังนี้ เมื่อ ไม่อาจวินิจฉัยได้จึงพากันไปถามพระเถระทั้งหลาย พระเถระทั้งหลายยังอุบาสก เหล่านั้นให้ยอมรับด้วยคำว่า เมื่อเมล็ดมะม่วงมากที่เขาเพาะไว้ หน่อเป็นอันมาก ก็ย่อมงอกขึ้น ฉันใด เจตนามากก็มีปฏิสนธิมากฉันนั้นเหมือนกัน ดังนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน