พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑

พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงกุศลที่ยังสมบัติในสามภพให้เกิด...

หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 512


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงแสดงกุศลที่ยังสมบัติในสามภพให้เกิดขึ้น อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อแสดงโลกุตรกุศลเพื่อก้าวล่วงภพทั้งหมดจึงเริ่มพระบาลี มีอาทิว่า กตเม ธมฺมา กุสลา (ธรรมเป็นกุศล เป็นไฉน) อีก. พึงทราบวินิจฉัยในคำว่า กตเม ธมฺมา เป็นต้นต่อไป. บทว่า โลกุตฺตรํ ถามว่า ธรรมที่ชื่อว่า โลกุตระ เพราะอรรถ ว่ากระไร ? ตอบว่า ที่ชื่อว่า โลกุตระ เพราะอรรถว่า ย่อมข้ามโลก ชื่อว่า โลกุตระ เพราะอรรถว่า ข้ามพ้นโลกไป ชื่อว่า โลกุตระ เพราะอรรถว่า ก้าวล่วง ครอบงำโลกทั้งสามตั้งอยู่. บทว่า ฌานํ ภาเวติ (เจริญฌานโลกุตระ) ได้แก่. พระโยคาวจรยัง อัปปนาฌานอันประกอบด้วยขณะจิตดวงหนึ่งให้เกิด คือให้เจริญ. อธิบายว่า โลกุตรฌาน ชื่อว่า นิยยานิกะ เพราะอรรถว่า ออกไปจากโลก ออกไป จากวัฏฏะ อีกนัยหนึ่ง ที่ชื่อว่า นิยยานิกะ เพราะอรรถว่า เป็นเครื่องออก ไปจากโลกและจากวัฏฏะนั้น จริงอยู่ บุคคลผู้พรั่งพร้อมด้วยโลกุตรฌานนั้น เมื่อกำหนดรู้ทุกข์ ชื่อว่า ย่อมออกไป เมื่อละสมุทัยชื่อว่าย่อมออกไป เมื่อ กระทำให้แจ้งซึ่งนิโรธชื่อว่าย่อมออกไป เมื่อเจริญมรรคก็ชื่อว่าย่อมออกไป เพราะฉะนั้น โลกุตรฌานนั้น จึงชื่อว่า นิยยานิกะ . ก็กุศลอันเป็นไปในภูมิสามย่อมก่อจุติและปฏิสนธิทำให้เจริญในวัฏฏะ เพราะฉะนั้น กุศลนั้นจึงชื่อว่า อาจยคามี ฉันใด โลกุตรกุศลนี้เป็น เช่นนั้นหามิได้ ก็โลกุตรกุศลนี้ รื้ออยู่ทำลายอยู่ซึ่งจุติและปฏิสนธิ อันกุศล ในภูมิสามสร้างไว้ โดยกระทำให้ขาดแคลนซึ่งปัจจัยไป เปรียบเหมือนเมื่อ บุรุษคนหนึ่งสร้างกำแพงสูง ๑๘ ศอก แต่อีกคนหนึ่งเอาค้อนใหญ่รื้ออยู่ ทำ ให้กระจัดกระจายอยู่ซึ่งที่อันบุรุษนั้นก่อแล้ว ๆ พึงไป ฉะนั้น เพราะเหตุนั้น โลกุตรฌานนั้น จึงชื่อว่า อปจยคามี (นำไปสู่พระนิพพาน).


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน