พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑
ะโยคนี้ว่า ธรรมเหล่านี้ คือ ศรัทธา หิริ กุศล- ทาน เป็นทางดำเ...
หมวดหมู่: พระอภิธรรมปิฎก ประเภทเนื้อหา: อภิธรรม ลำดับที่: 373
เนื้อหา
จริงอยู่ เจตนา ชื่อว่า มรรค ดังในประโยคนี้ว่า ดูก่อนสารีบุตร เรา (ตถาคต) ย่อมรู้ทั่วถึงนรก และมรรค (เจตนา) ที่ให้สัตว์ไปสู่นรก ดังนี้. ธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนา ชื่อว่า มรรค (ทาง)ดังในประโยคนี้ว่า ธรรมเหล่านี้ คือ ศรัทธา หิริ กุศล- ทาน เป็นทางดำเนินของสัตบุรุษ ก็สัตบุรุษ ย่อมกล่าวทางนี้เป็นทางทิพย์ เพราะว่า บุคคลย่อมไปสู่เทวโลกด้วยทางนี้ ดังนี้. เจตนาก็ดี ธรรมที่สัมยุตด้วยเจตนาก็ดี ชื่อว่า มรรค ในพระสูตร มีสังขารูปปัตติสูตรเป็นต้นว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นมรรค นี้เป็นปฏิปทา ดังนี้. แต่ในที่นี้ทรงประสงค์เอาธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนา เพราะพระบาลีว่า ฌานํ ดังนี้. แต่เพราะเจตนาสัมปยุตด้วยฌาน ย่อมเป็นเหตุให้ปฏิสนธิ ฉะนั้น เจตนาก็ดี ธรรมที่สัมปยุตด้วยเจตนาก็ดี ย่อมสมควรเหมือนกัน. คำว่า ภาเวติ (ย่อมเจริญ) ได้แก่ ย่อมให้เกิด คือย่อมให้บังเกิด ย่อมให้เจริญ. เนื้อความแห่งความเจริญ (ภาวนา) ในที่นี้มีเพียงนี้ก่อน. แต่ ในที่อื่น ว่าด้วยความหมายแห่งอุปสรรค มีเนื้อความโดยเป็นอีกอย่างหนึ่ง อย่างนี้ว่า สัมภาวนา (การยกย่อง) ปริภาวนา (การอบรม) วิภาวนา (การชี้แจง) บรรดาบททั้ง ๓ เหล่านั้น เนื้อความนี้ว่า ดูก่อนอุทายี สาวกทั้งหลาย ของเราในศาสนานี้ ย่อมยกเราในอธิศีลว่า พระสมณโคตะมีศีล ประกอบด้วยศีลขันธ์อย่างยิ่ง ดังนี้ ชื่อว่า สัมภาวนา ได้แก่เชื่อมั่น. เนื้อความนี้ว่า สมาธิอันศีลอบรมแล้วย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ปัญญา อันสมาธิอบรมแล้วย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก จิตอันปัญญาอบรมแล้วย่อม หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายโดยชอบทีเดียว ดังนี้ ชื่อว่า ปริภาวนา ได้แก่ การอบรม. เนื้อความนี้ว่า เชิญท่านชี้แจงรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เถิด ดังนี้ ชื่อว่า วิภาวนา ได้แก่ การชี้แจงทำเป็นข้อ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน