เล่มที่ 74
ลำดับนั้น บุตรพรานเหล่านั้นจึงเข้าไฝจับนาคราชนั้นที่หางฉุดลง...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 250
เนื้อหา
ลำดับนั้น บุตรพรานเหล่านั้นจึงเข้าไฝจับนาคราชนั้นที่หางฉุดลงมา ตกบนแผ่นดิน เอาหลาวคมกริบแทงในที่ ๘ แห่ง สอดท่อนหวายดำพร้อม ด้วยหนามเข้าไปทางปากเพื่อประการ เอาคานหามในที่ ๘ แห่ง เดินไปสู่ ทางหลวง. พระมหาสัตว์ตั้งแต่ถูกแทงด้วยหลาวก็กลับหามิได้มองดูลูกพราน เหล่านั้น แม้ในทีเดียว. นาคราชนั้นเมื่อลูกพรานเอาคาน ๘ อันหามนำไป ห้อยศีรษะกระทบแผ่นดิน. ลำดับนั้นพวกลูกพราน เห็นว่าศีรษะนาคราช ห้อย จึงให้นาคราชนั้นนอนบนทางหลวง เอาหลาวแหลมแทงที่ตั้งจมูกสอด เชือกเข้าไปยกศีรษะขึ้น แล้วคล้องที่ปลายคานยกขึ้นอีก เดินทางต่อไป. ดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า :- พวกลูกพรานเป็นคนดุร้าย หยาบช้า ไม่ มีกรุณา ได้เห็นเราแล้ว ถือไม้พลองตะบอง สั้นกรูกันเข้ามาหาเรา ณ ที่นั้น พวกลูกพราน เอาหอกแทงเราที่จมูก ที่หาง ที่กระดูกสันหลัง แล้วสอดคานหามเราไป. ถ้าเราปรารถนา ก็พึงยังมหาปฐพี อันมี สมุทรสาครเป็นที่สุด พร้อมทั้งป่า ทั้งภูเขา ให้ไหม้ด้วยลมจมูกในที่นั้น ๆ. แต่เราไม่โกรธเคืองลูกพรานทั้งหลาย แม้ จะแทงด้วยหลาว แม้จะทุบตีด้วยหอก. ในบทเหล่านั้น บทว่า โภชปุตฺตา คือลูกพราน. บทว่า ขรา คือดุร้าย ได้แก่พูดหยาบ. บทว่า ลุทฺทา คือหยาบช้า ได้แก่มีใจร้าย บทว่า อการุณา คือไม่มีความสงสาร. บทว่า ทณฺฑมุคฺครปาณิโน คือถือ กระบอง ๔ เหลี่ยม. บทว่า นาสาย วินิวิชฺฌิตฺวา คือเอาหลาวแทงเรา ที่จมูกเพื่อสอดเชือกเข้าไป. บทว่า นงฺคุฏฺเ ปิฏฺถณฺฏเก ที่หางที่กระดูก สันหลัง. พึงทราบการเชื่อมความว่า แทงที่หางและที่นั้น ๆ อันใกล้กับกระ- ดูกสันหลัง. บทว่า กาเช อาโรปยิตฺวาน สอดคาน คือลูกพรานสองคน ยกคานข้างละคนที่แทงไว้ในข้างหนึ่ง ๆ ในบริเวณของหวายและเถาวัลย์ ๘ แห่งที่แทงผูกไว้ในที่ทั้ง ๘ ขึ้นบ่าของตน ๆ. บทว่า สสาครนฺตํ ปวึ คือ มหาปฐพีอันมีสมุทรสาครเป็นที่สุด. บทว่า สกานนํ สปพฺพตํ คือพร้อม ด้วยป่าและภูเขา. บทว่า นาสาวาเตน ฌาปเย ความว่า ถ้าเราต้องการ อยู่ ปรารถนาอยู่ โกรธแล้วพึงปล่อยซึ่งลมจมูก ยังมหาปฐพีนี้ อันมีมหา- สมุทรเป็นที่สุด พร้อมด้วยป่าและภูเขาให้ไหม้. คือพึงทำให้เป็นเถ้าถ่าน พร้อมกับด้วยการให้ไหม้ด้วยลมจมูก. ในกาลนั้น อานุภาพของเราเป็นเช่น นี้. แม้เมื้อเป็นเช่นนั้น ถึงจะแทงด้วยหลาว ถึงจะทิ่มด้วยหอก. บทว่า โภชปุตฺเต น กุปฺปามิ ความว่า เราก็ไม่โกรธลูกพราน คือเราไม่ โกรธลูกพรานผู้ดุร้าย แม้จะแทงด้วยหลาวอันคมกริบที่ถากทำด้วยไม้แก่น เพื่อทำให้หมดกำลัง และเมื่อสอดหวายและเถาวัลย์เข้าไปในที่ ๘ แห่ง และ แม้จะทิ่มด้วยหลาวอันคมกริบ เพื่อทำให้หมดกำลังในที่นั้น ๆ. บทว่า เอสา เม สีลปารมี นี้เป็นศีลบารมีของเรา คือการที่เราผู้มีอานุภาพมากอย่างนี้ อธิษฐานอย่างนั้น ไม่โกรธลูกพรานเพราะกลัวศีลจะขาด นี้เป็นศีลบารมี ของเราซึ่งเป็นไปแล้วโดยความไม่คำนึงถึงชีวิตโดยส่วนเดียวเท่านั้น. อธิบาย ว่า เป็นปรมัตถบารมี ด้วยอำนาจของศีล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน