เล่มที่ 74
แม้ในวันที่สอง แม้ในวันที่สาม พราหมณ์ ก็เข้ามายังสำนักเรา เร...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 31
เนื้อหา
แม้ในวันที่สอง แม้ในวันที่สาม พราหมณ์ ก็เข้ามายังสำนักเรา เราไม่หวั่นไหว ไม่อาลัย ในชีวิต ได้ให้หมดสิ้นเช่นก่อนเหมือนกัน. ในสรีระของเราไม่มีความหม่นหมอง เพราะ การอดอาหารนั้นเป็นปัจจัย เรายังวันนั้น ๆ ให้ น้อมไปด้วยความยินดีด้วยปีติสุข. ผิว่าเราพึงได้ทักขิไณยบุคคลผู้ประเสริฐ แม้เดือนหนึ่งสองเดือน เราก็ไม่หวั่นไหว ไม่ ท้อแท้ ฟังให้ทานอันอุดม เมื่อให้ทานแก่ พราหมณ์นั้น เราจะได้ปรารถนายศและลาภ ก็หามิได้ เราปรารถนาพระสัพพัญญุตญาณ จึง ได้ประพฤติธรรมเหล่านั้น ฉะนี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า ตทา คือในกาลที่เราเป็นดาบสชื่อว่าอกิตติ อยู่ในป่าใบหมากเม่านั้น (การทวีป). บทว่า มํ คือของเรา. บทว่า ตปเตเชน ด้วยเดชแห่งการบำเพ็ญตบะ คือด้วยอานุภาพแห่งศีลบารมี. จริงอยู่ศีลท่าน เรียกว่า ตบะ เพราะเผาความเศร้าหมองอันเกิดแต่ทุจริต. หรือเพราะอานุ- ภาพแห่งเนกขัมมบารมีและวีริยบารมี. เพราะแม้บารมีเหล่านั้นท่านก็เรียกว่า ตบะ เพราะเผาความเศร้าหมองคือตัณหา และความเกียจคร้าน. อนึ่ง บารมีเหล่านั้นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญอย่างยอดเยี่ยมในอัตภาพนี้. อันที่จริง ควรจะกล่าวว่า ขนฺติปารมิตานุภาเวน ด้วยอานุภาพแห่งขันติบารมี เพราะ ขันติสังวรเข้าถึงความยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง. สมดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ ว่า ขนฺตี ปรมํ ตโป ขันติเป็นตบะอย่างยิ่ง. บทว่า สนฺตตฺโต ท้าวสักกะ ทรงร้อนพระทัย ความว่า ท้าวสักกะทรงร้อนพระทัยด้วยอาการแสดงความ เร่าร้อนของปัณฑุกัมพลศิลาอาสน์อันศักดิ์สิทธิ์ ตามธรรมดาที่เกิดด้วยอานุ- ภาพของคุณธรรมที่กล่าวแล้ว. บทว่า ติทิวาภิภู ผู้เป็นใหญ่ในไตรทิพย์ คือผู้เป็นใหญ่ในเทวโลกได้แก่ท้าวสักกะ. ใบหมากเม่าแม้ถือเอาในที่ใกล้ บรรณศาลา ท่านกล่าวว่า ปวนา อาภตํ นำมาจากป่า เพราะบรรณศาลา อยู่ท่ามกลางป่า.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน