เล่มที่ 74
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงความเงียบของป่านั้นด้วยสองบท บท ทั้...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 27
เนื้อหา
ในบทเหล่านั้น บทว่า ยทา คือ ในกาลใด. บทว่า พฺรหารญฺเ คือ ในป่าใหญ่ อธิบายว่า ในป่าใหญ่ชื่อว่า อรัญญานี. บทว่า สุญฺเ ว่างเปล่า คือ สงัดจากชน. บทว่า วิปินภานเน คือ ป่าเล็ก ๆ อันสงัด เงียบ. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงความเงียบของป่านั้นด้วยสองบท บท ทั้งหมดนั้นท่านกล่าวหมายถึงการทวีป. บทว่า อชฺโฌคาเหตฺวา คือเข้าไป อาศัย. บทว่า วิหรามิ คือเรากำจัดทุกข์ของร่างกายอยู่ยังอัตภาพให้เป็นด้วย อิริยาบถวิหารอันวิเศษกว่าสุขที่เกิดจากอาเนญชวิหาร คือการอยู่ไม่หวั่น ไหว ที่เป็นของทิพย์ เป็นของพรหม เป็นของอริยะ. บทว่า อกิตฺติ นาม ตาปโส คือในกาลใดเราเป็นดาบสมีชื่ออย่างนี้อยู่ในป่านั้น. ในกาลนั้น พระศาสดาตรัสถึงความที่พระองค์เป็นดาบสชื่ออกิตติ แก่พระธรรมเสนาบดี. มีกถาเป็นลำดับดังต่อไปนี้ :- ได้ยินว่า ในอดีตกาล ภัทรกัปนี้แล ครั้นเมื่อพระเจ้าพรหมทัต เสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์อุบัติในตระกูลพราหมณ์ มหาสาล มีสมบัติ ๘๐ โกฏิ มีชื่อว่า อกิตติ. เมื่ออกิตติเดินได้น้องสาวก็เกิด มีชื่อว่า ยสวดี. เมื่ออกิตติมีอายุได้ ๑๕ ปีก็ไปเรียนศิลปะทุกอย่างในเมือง ตักกสิลา เรียนสำเร็จแล้วก็กลับ. ครั้งนั้นมารดาบิดาของอกิตติได้ถึงแก่ กรรม. อกิตติทำฌาปนกิจมารดาบิดาแล้วล่วงไปสองสามวัน ให้ผู้จัดการ มรดกตรวจตราทรัพย์สิน ครั้นสดับว่า ทรัพย์สินส่วนของมารดา ประมาณ เท่านี้ ส่วนของบิดาประมาณเท่านี้ ส่วนของปู่ตาประมาณนี้ จึงเกิดสังเวช ว่า ทรัพย์นี้เท่านั้นยังปรากฏอยู่ แต่ผู้จัดหาทรัพย์มาไม่ปรากฏ ทั้งหมดละ ทรัพย์นี้ไป แต่เราจักเอาทรัพย์นี้ไป จึงกราบทูลพระราชาให้ตีกลองป่าว ประกาศว่า ผู้มีความต้องการทรัพย์จงมายังเรือนของอกิตติบัณฑิต.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน