เล่มที่ 72

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระนามว่า โกนาคมนะ ผู้เป็นพงศ์พันธุ์...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 242


เนื้อหา

ในภัทรกัปนี้ พระพุทธเจ้าพระนามว่า โกนาคมนะ ผู้เป็นพงศ์พันธุ์แห่งพรหม มียศมาก ประเสริฐกว่าพวกบัณฑิต เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ในครั้งนั้นแหละกุลธิดาที่มั่งคั่งดีในเมือง พาราณสี ชื่อธนัญชานี ๑ สุเมธา ๑ สุเมธา ๑ ดิฉัน ๑ รวม ๓ คนด้วยกัน ได้ถวายสังฆารามแก่พระมุนี หลายพัน และได้สร้างวิหารอุทิศแด่พระ- พุทธเจ้า พร้อมด้วยพระสาวกสงฆ์ เราทั้งหมดด้วยกันจุติจากภพนั้นแล้วไป สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ถึงความเป็นผู้เลิศด้วยยศกว่า เทพธิดาและกุลธิดาในมนุษย์. ในกัทรกัปนี้แหละ พระพุทธเจ้าพระนาม ว่ากัสสปะ ผู้เป็นพงศ์พันธุ์แห่งพรหม มียศมาก ประเสริฐกว่าพวกบัณฑิต เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว ในครั้งนั้น พระเจ้ากาสีพระนามว่ากิกี ในพระนครพาราณสีอันอุดม เป็นอิสระแห่ง ประชาชน เป็นอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าผู้แสวง หาคุณอันยิ่งใหญ่ ดิฉันเป็นพระธิดาคนใหญ่ของท้าวเธอ มี นามปรากฏว่าสมณี ได้ฟังธรรมของพระพิชิตมาร ผู้เลิศแล้ว พอใจบรรพชา แต่พระชนกนาถไม่ทรงอนุญาตแก่เราทั้ง หลาย เมื่ออยู่ในอาคารสถานในครั้งนั้น เรา ทั้งหลายผู้เป็นราบกัญญามิได้เกียจคร้าน ประพฤติ พรหมจรรย์ตั้งแต่เป็นกุมารี ดำรงอยู่ในสุขสมบัติ สองหมื่นปี. พระราชธิดาทั้ง ๗ องค์ล้วนพอใจยินดีใน การบำรุงพระพุทธเจ้า พระราชธิดาทั้ง ๗ นั้น คือ นางสมณี ๑ นางสมณคุตตา ๑ นางภิกษุณี ๑ นางภิกขุทาสิกา ๑ นางธรรมา ๑ นาสุธรรมา ๑ และนางสังฆทาสิกาเป็นที่ ๗ พระราชธิดาทั้ง ๗ นั้น ได้มาเป็นดิฉัน เป็นพระอุบลวรรณาเถรี เป็นพระปฏาจาราเถรี เป็นพระกุณฑลเกสีเถรี เป็นพระกิสาโคตมีเถรี เป็นพระธรรมทินาเสถรี เป็นนางวิสาขา อาสิกา เป็นที่ ๗ บางครั้ง พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นผู้เป็น ดังว่าดวงอาทิตย์ของนรชน ทรงแสดงธรรมเป็น อัศจรรย์ ดิฉันได้ฟังมหานิทานสูตรแล้วเล่าเรียน อยู่ เพราะกรรมที่ได้ทำไว้ดีแล้วนั้น และ เพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ ดิฉันละร่างกายมนุษย์ แล้ว ได้ไปสู่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน