เล่มที่ 69

หากอาจารย์บางพวกพึงกล่าวว่า ความเป็นตนชื่อว่าสภาพ สูญจาก สภา...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 607


เนื้อหา

หากอาจารย์บางพวกพึงกล่าวว่า ความเป็นตนชื่อว่าสภาพ สูญจาก สภาพนั้น อธิบายไว้อย่างไร. ธรรมชื่อว่า ภาวะ ภาวะนั้นเติมบท ส เข้าไป ประสงค์เอาผู้อื่น รูปเป็นสภาวะ. เพราะธรรมไม่มีแก่ใคร ๆ ท่านจึงกล่าวความ ไม่มีแห่งรูปว่า รูปเกิดแล้วสูญไปจากสภาพ ดังนี้. เมื่อเป็นอย่างนั้น ย่อมผิด ด้วยคำว่า ชาตํ รูปํ รูปเกิดแล้ว. เพราะรูปปราศจากความเกิด จะชื่อว่า รูปเกิดแล้วไม่ได้. นิพพานต่างหากปราศจากความเกิด นิพพานนั้นจึงไม่ชื่อว่า เกิดแล้ว. อนึ่ง ชาติ ชรา และมรณะ ปราศจากความเกิดก็ไม่ชื่อว่า เกิดแล้ว. ด้วยเหตุนั้นแหละ ในบทนี้ท่านจึงไม่ยกขึ้นอย่างนี้ ว่าชาติเกิดแล้ว สูญไป จากสภาพ ชรามรณะเกิดแล้ว สูญไปจากสภาพ แล้วจึงชี้แจงทำภพนั่นแหละ ให้เป็นที่สุด. ผิว่า คำว่า ชาตํ เกิดแล้วพึงควรแม้แก่ผู้ปราศจากความเกิด ก็ควร กล่าวได้ว่า ชาตา ชาติ ชาติ ชรามรณํ ชาติเกิดแล้ว ชราและมรณะเกิดแล้ว เพราะเมื่อชาติชราและมรณะปราศจากความเกิด ท่านก็ไม่กล่าวคำว่า ชาติ ฉะนั้น คำว่า สูญ คือไม่มีจากสภาพ จึงผิดด้วยคำว่า ชาตํ เพราะปราศจากความ เกิดของความไม่มี. อนึ่ง เมื่อไม่มี คำว่า สุญฺํ ก็ผิดด้วยคำของชาวโลกที่กล่าว แล้วในหนหลัง ด้วยพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้า และด้วยคำในญายคันถะ และสัทธาคันถะ และผิดด้วยข้อยุติไม่น้อย เพราะฉะนั้น พึงทิ้งคำนั้นเสีย เหมือนทิ้งขยะ. ในบทนี้เป็นอันยุติว่า ธรรม ธรรมทั้งหลายมีอยู่ในขณะของตน ด้วยประมาณพระพุทธพจน์มิใช่น้อย และด้วยยุติไม่น้อย มีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย สิ่งใดที่บัณฑิตทั้งหลายในโลกสมมติว่ามีอยู่ แม้เราก็กล่าวว่า สิ่งนั้น มีอยู่. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่บัณฑิตทั้งหลายในโลกสมมติว่าไม่มี แม้ เราก็กล่าวว่า สิ่งนั้นไม่มี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่บัณฑิตทั้งหลาย ในโลกสมมติว่ามี เราก็กล่าวว่าสิ่งนั้นมี. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย รูปไม่เที่ยง เป็นทุกข์มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา ที่บัณฑิตทั้งหลายในโลกสมมติว่ามี แม้เราก็กล่าวว่า สิ่งนั้นว่ามี.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน