เล่มที่ 68

เต่าก็ตายไปตามลำดับ แล้วเกิดในพรหมโลก

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 771


เนื้อหา

เต่าก็ตายไปตามลำดับ แล้วเกิดในพรหมโลก. แม้สัตว์นรกก็ไปเกิด ด้วย. ในข้อนี้ อาจารย์พวกหนึ่งกล่าวว่า สัตว์นรกย่อมพินาศไปใน ความปรากฏแห่งพระอาทิตย์ดวงที่ ๗. บุคคลไม่เว้นจากฌานย่อมเกิด ในพรหมโลก. บางพวกถูกทุพภิกขภัยบีบคั้น. บางพวกไม่ควรเพื่อบรรลุ ฌาน. สัตว์เหล่านั้นเกิดขึ้นพรหมโลกได้อย่างไร ? ตอบว่า ด้วยอำนาจฌานที่ได้ในเทโลก. จริงอยู่ ในกาลนั้น โดยล่วงไปแสนปีจักสิ้นกัป. ฉะนั้น กามาวจรเทพทั้งหลาย ชื่อว่า โลกพยูหะ เป็นชาวโลก ปล่อยศีรษะ ผมเผ้ารุงรัง ร้องไห้ เอามือเช็ดน้ำตา นุ่งผ้าแดง มีเพศผิดรูปยิ่งนัก เที่ยวไปในทางของมนุษย์ พากันบอกกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย ล่วงไปแสนปีจากนี้จัก สิ้นกัป. โลกนี้จักพินาศ. แม้มหาสมุทรก็จัก เหือดแห้ง. และมหาปฐพีพระยาภูเขาสิเนรุจักถล่ม ทลายพังพินาศไป. โลกจักพินาศตลอดถึงพรหม โลก. ผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย พวกท่านจงเจริญ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขากันเถิด. จงบำรุงมารดา บิดา จงเป็นผู้อ่อนน้อมต่อผู้เจริญในตระกูล ดังนี้. พวกมนุษย์และภุมมเทวดาโดยมาก ครั้นสดับคำของกามาวจร เทพเหล่านั้น แล้วพากันเกิดสังเวช มีจิตอ่อนต่อกันและกัน ทำบุญ มีเมตตาเป็นต้น แล้วไปบังเกิดในเทวโลก. ณ เทวโลกนั้น ทวยเทพ บริโภคอาหารทิพย์ ทำบริกรรมในวาโยกสิณแล้วได้ฌาน. ส่วนมนุษย์ พวกอื่นบังเกิดในเทวโลก ด้วยอปราปริยเวทนียกรรม - กรรมให้ผลใน ภพต่อ ๆ ไป. สัตว์ ชื่อว่า ท่องเที่ยวไปในสงสาร เว้นอปราปริยเวท- นียกรรมไม่มี. แม้สัตว์เหล่านั้นก็ย่อมได้ฌานอย่างนั้นในภพนั้น. สัตว์ ทั้งปวงย่อมบังเกิดในพรหมโลก ด้วยอำนาจฌานที่ได้แล้วในเทวโลก อย่างนี้ ด้วยประการฉะนี้. โดยกาลยาวนานขึ้นไปโดยการกำหนดปี พระอาทิตย์ดวงที่สอง ย่อมปรากฏ. เมื่อพระอาทิตย์นั้นปรากฏการกำหนดคืนวันไม่ปรากฏ. พระอาทิตย์ดวงหนึ่งขึ้น. ดวงหนึ่งตก. โลกไม่ขาดความร้อนจากดวง อาทิตย์. ในพระอาทิตย์ที่ยังกัปให้พินาศไม่มีสุริยเทพบุตร. เหมือนใน พระอาทิตย์ปกติ เมื่อพระอาทิตย์ปกติยังเป็นไปอยู่วลาหกบ้าง เปลวไฟ บ้าง ย่อมไปในอากาศ. เมื่อพระอาทิตย์ยังกัปให้พินาศกำลังเป็นไป ท้องฟ้าปราศจากควันและวลาหก ดุจบานกระจกไม่มีฝ้า ฉะนั้น. น้ำ ในลำธารเป็นต้นแห้ง เว้นมหานทีทั้ง ๕ จากนั้นโดยล่วงกาลยาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๓ ปรากฏ. เพราะอาทิตย์ดวงที่ ๓ นั้น ปรากฏ แม้มหานทีก็แห้ง. จากนั้นโดยล่วงกาลยาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๔ ปรากฏ. เพราะพระอาทิตย์ดวงที่ ๔ ปรากฏ มหาสระ ๗ เหล่านี้ คือ สีหปาตนะ ๑ หังสปาตนะ กัณณมุณฑกะ ๑ รถการทหะ ๑ อโน- ตัตตทหะ ๑ ฉัททันตทหะ ๑ กุณาลวาหะ ๑ แห้ง เพราะเป็นแหล่ง เกิดมหานทีในป่าหิมพานต์. จากนั้นโดยล่วงกาลยาวนาน พระอาทิตย์ ดวงที่ ๕ ปรากฏ. เพราะพระอาทิตย์ดวงที่ ๕ นั้นปรากฏ น้ำแม้เพียง เปียกข้อนิ้วมือ ก็ไม่เหลืออยู่ในมหาสมุทรโดยลำดับ. จากนั้นโดยล่วง กาลยาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๖ ปรากฏ. เพราะพระอาทิตย์ดวง ที่ ๖ นั้นปรากฏ จักรวาลทั้งสิ้นมีควันพวยพุ่งเป็นอันเดียวกัน ติดแน่น ไปด้วยควัน. แม้แสนโกฏิจักรวาลก็เหมือนอย่างจักรวาลนั้น. จากนั้น โดยล่วงกาลยาวนาน พระอาทิตย์ดวงที่ ๗ ปรากฏ. เพราะพระอาทิตย์ ดวงที่ ๗ นั้นปรากฏ จักรวาลทั้งสิ้นพร้อมด้วยแสนโกฏิจักรวาล ก็มี เปลวไฟโชติช่วงเป็นอันเดียวกัน. แม้ยอดภูเขาสิเนรุสูงประมาณ ๑๐๐ โยชน์ ก็ทำลายหายไปในอากาศนั่นเอง. เปลวไฟนั้นลุกโพงลงจดสวรรค์ ชั้นจาตุมมหาราชิกา. เปลวไฟเผากนกวิมาน รัตนวิมาน และมณีวิมาน จดดาวดึงสพิภพ. โดยอุบายนี้แหละ เปลวไฟจดจนถึงปฐมฌานภูมิ. ไหม้พรหมโลกทั้ง ๓ จดอาภัสสรพรหมตั้งอยู่. เปลวไฟนั้นยังไม่ดับ ตราบเท่าสังขารแม้เพียงอณูหนึ่งยังมีอยู่. แต่เพราะสิ้นสังขารทั้งปวง แม้เถ้าก็ไม่ให้เหลือเปลวไฟจึงดับ ดุจเปลวไฟเผาเนยใสและน้ำมัน ฉะนั้น. อากาศเบื้องบนพร้อมด้วยอากาศเบื้องล่าง มืดตื้อเป็นอันเดียว กัน.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน