เล่มที่ 68

รู้ความเสื่อมและความเจริญของสมาธินั้นแล้วย่อมอธิฏฐานวีริยะไว...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 734


เนื้อหา

รู้ความเสื่อมและความเจริญของสมาธินั้นแล้วย่อมอธิฏฐานวีริยะไว้ เสมอ. พระโยคาวจรนั้นอบรมจิตในอิทธิบาท ๔ อย่างนี้แล้วย่อมยัง อิทธิวิธให้สำเร็จได้. บทว่า โส ในบทมีอาทิว่า โส อิเมสุ จตูสุ อิทฺธิปาเทสุ คือ ภิกษุผู้เจริญอิทธิบาท ๔ นั้น. บทว่า จตูสุ อิทฺธิปาเทสุ จิตฺตํ ปริภาเวติ - ภิกษุย่อมอบรม จิตในอิทธิบาท ๔ คือ ภิกษุทำอิทธิบาทอย่างหนึ่งๆ ในฉันทะทั้งหลาย บ่อย ๆ แล้ว ชื่อว่าอบรมจิต ในอิทธิบาทเหล่านั้นด้วยการเข้าฌาน. อธิบายว่า ให้ถือเอาการอบรมฉันทะเป็นต้น. บทว่า ปริทเมติ - ย่อมข่มจิต คือ ทำจิตให้หมดพยศ. บท ก่อนกล่าวถึงเหตุของบทหลัง. เพราะจิตที่อบรมแล้ว ย่อมเป็นจิตที่ข่ม ได้แล้ว. บทว่า มุทุํ กโรติ - ทำให้เป็นจิตอ่อน คือ ทำจิตที่ข่มไว้ได้ แล้วอย่างนั้นให้ถึงความชำนาญ. เพราะจิตเป็นไปในอำนาจ กล่าวว่า มุทุ - อ่อน. บทว่า กมฺมนิยํ - ควรแก่การงาน คือ ทำให้เหมาะแก่การงาน ให้สมควรแก่การงาน. เพราะจิตอ่อนย่อมควรแก่การงาน ดุจทองคำ ที่ขัดดีแล้ว. แต่ในที่นี้ ได้แก่ จิตควรแก่การงาน คือ แสดงฤทธิ์ได้. บทว่า โส คือ ภิกษุผู้มีจิตอบรมแล้วนั้น. ท่านกล่าวบทมี อาทิว่า กายมฺปิ จิตฺเต สโมทหติ - ย่อมตั้งกายไว้ในจิตบ้าง เพื่อ แสดงวิธีโยคะ เพื่อความสำเร็จแห่งการท่องเที่ยวไปของจิตตามสบายใน เวลาท่าอิทธิ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน